นักวิเคราะห์ฯ ประเมินตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสฟื้นตัวต่อ แต่การฟื้นตัวยังจำกัด รับแรงหนุนหลักจากราคาน้ำมันดิบดันหุ้นกลุ่มพลังงาน เผยปัจจัยในประเทศได้อานิสงส์ พ.ร.ก. กู้เงินฯ ผ่านวุฒิสภา และจับตาการพิจารณาร่างงบประมาณปี 2570 สัปดาห์หน้า ส่วนปัจจัยต่างประเทศรอลุ้นตัวเลข PMI และการจ้างงานสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด ให้กรอบแนวรับ 1,580 จุด และแนวต้าน 1,610 จุด
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ,IAA,CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ดัชนีมีโอกาสฟื้นตัวได้ โดยได้รับอานิสงส์หลักจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) และค่าเงินบาทเริ่มทรงตัว อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวรอบนี้ยังเป็นการเคลื่อนไหวภายใต้กรอบ Sideway Down
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมามีการขยายตัวดีหลายภาคส่วน ทั้งการบริโภค การลงทุน และการส่งออก นอกจากนี้ยังได้รับปัจจัยหนุนหลังจากวุฒิสภาผ่านการพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงินฯ เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ภาครัฐสามารถเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ได้เต็มที่ ขณะเดียวกันในสัปดาห์หน้า จะเข้าสู่วาระการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570
ด้านปัจจัยต่างประเทศ สัปดาห์นี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ทั้งภาคการผลิตและภาคการบริการ รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจที่สำคัญ หลังจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณเข้มงวดทางนโยบายการเงิน (Hawkish) มากขึ้นในการประชุม Jackson Hole ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ตลาดการเงินเริ่มให้น้ำหนักความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ราว 60% จึงอาจส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดโลกยังคงมีความผันผวนและแกว่งตัวได้ตามตัวเลขเศรษฐกิจหรือถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดระดับสูงในระยะนี้
ประเมินกรอบแนวรับ 1,580 จุด และแนวต้าน 1,610 จุด
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน