HILITE: FLE ปิดเทรดวันแรก 1.10 บาท ต่ำจอง 10.57%

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday September 1, 2026 16:55 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

FLE ปิดเทรดวันแรกที่ ที่ 1.10 บาท ลดลง 0.13 บาท หรือ -10.57% จากราคา IPO ที่ 1.23 บาท มูลค่าซื้อขาย 341.85ล้านบาท จากราคาเปิด 1.45 บาท ราคาสูงสุด 1.45 บาท ราคาต่ำสุด 1.04 บาท

บล.ทิสโก้ ระบุว่า บมจ.ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง [FLE] ดำเนินธุรกิจจัดหาและจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด พร้อมงานติดตั้ง และงานรับเหมาระบบไฟฟ้าและเครื่องกลของงานชลประทาน ระบบส่งน้ำ และโซลาร์เซลล์ ครอบคลุมตั้งแต่ให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ทดสอบ จนถึงบำรุงรักษาแบบครบวงจร จุดแข็งที่แยกบริษัทออกจากผู้ค้าอุปกรณ์ทั่วไปคือการมีโรงงานประกอบและศูนย์ทดสอบเครื่องสูบน้ำเป็นของตนเอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญในการเข้าประมูลงานรัฐที่มีข้อกำหนดทางเทคนิคเข้มงวด ประกอบกับสถานะตัวแทนจำหน่ายของผู้ผลิตระดับสากลอย่าง ANDRITZ, CLA-VAL และ ROYAL IHC และตราผลิตภัณฑ์ของตนเองภายใต้ชื่อ HYLIC และ Anaconda อย่างไรก็ตาม รายได้ถึง 91.91% ใน 6M/2569 ยังมาจากสินค้าภายใต้แบรนด์ของผู้ผลิตรายอื่นภายใต้สัญญาตัวแทนแบบไม่ผูกขาด ขณะที่แบรนด์ของบริษัทเองมีสัดส่วนเพียง 8.09% จึงยังมีความเสี่ยงหากเจ้าของผลิตภัณฑ์ตั้งตัวแทนเพิ่มหรือเข้ามาทำการตลาดในไทยเอง

สัดส่วนรายได้จากภาครัฐเพิ่มจาก 48.16% ในปี 2566 เป็น 79.82% ในปี 2568 และ 86.33% ใน 6M/69 โดยกระจุกที่กรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเป็นหลัก ข้อดีคือคู่สัญญามีความเสี่ยงเครดิตต่ำและมีแผนแม่บทน้ำของประเทศรองรับ แต่ทำให้รายได้ผูกกับรอบงบประมาณและจังหวะเบิกจ่ายโดยตรง รายได้จากการขายและบริการจึงเคลื่อนไหวเป็นรอบ จาก 629.63 ล้านบาทในปี 2566 ลดเหลือ 500.20 ล้านบาทในปี 2567 ฟื้นเป็น 574.71 ล้านบาทในปี 2568 และเหลือ 242.95 ล้านบาทใน 6M/69 จาก 369.10 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน

ที่ต้องเข้าใจคือกำไรปี 2568 ที่ 37.10 ล้านบาท เกือบทั้งหมดมาจากงานเครื่องสูบน้ำแบบทุ่นลอยน้ำมูลค่าราว 238 ล้านบาทของกรมชลประทาน ซึ่งรับรู้ในครึ่งปีแรกทั้งจำนวน ทำให้ 1H/68 ทำกำไร 32.18 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีหลังทำได้ราว 4.9 ล้านบาท สะท้อนว่าตัวแปรที่กำหนดกำไรคือจังหวะส่งมอบงานขนาดใหญ่ ไม่ใช่รอบฤดูกาล การประเมินผลประกอบการจึงต้องดูงานในมือและกำหนดส่งมอบเป็นหลัก โดยครึ่งหลังปี 2569 มีแรงหนุนจากการทยอยส่งมอบงานค้างปี 2568 และสัญญาให้เช่าเครื่องสูบน้ำที่คาดเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/69

ธุรกิจให้เช่าและโครงการด้านน้ำคือทางเติบโตถัดไป แต่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น

โจทย์ของบริษัทหลังจากนี้คือการเปลี่ยนโครงสร้างรายได้จากงานโครงการที่จบเป็นครั้ง ๆ ไปสู่รายได้ประจำ ธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำจึงเป็นเหตุผลหลักของการระดมทุน โดยได้รับจัดสรร 50.00 จากเงินสุทธิ 107.96 ล้านบาท ณ 31 ก.ค. 2569 บริษัทมีสัญญาให้เช่าแล้ว 7 ฉบับ แต่รับรู้รายได้จริงเพียง 0.29 ล้านบาท หรือ 0.12% ของรายได้ 6M/69 และยังจัดประเภทเป็นรายได้อื่น ส่วนสัญญาที่ได้เพิ่มในไตรมาส 2/69 บริษัทคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/69 ถึงไตรมาส 1/70 ขณะที่ธุรกิจโครงการด้านน้ำ ทั้งสัมปทานโรงผลิตน้ำประปาและงานรับจ้างบริหาร O&M ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้โดยว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญประเมินความคุ้มค่า ยังไม่มีโครงการที่ผูกพัน เช่นเดียวกับแผนขายผ่านตัวแทนจำหน่าย HYLIC ที่ยังอยู่ระหว่างร่างหลักเกณฑ์ ทั้งหมดนี้จึงเป็นทางเลือกการเติบโตในระยะ 23 ปี ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนกำไรของปี 25692570

อัตรากำไรที่บางลงและคุณภาพของกำไรคือจุดที่ต้องจับตา

อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงต่อเนื่องจาก 28.24% ในปี 2566 เป็น 23.48% 21.72% และ 17.77% ใน 6M/69 สาเหตุมาจากส่วนผสมงานที่เปลี่ยนไป โดยรายได้งวดล่าสุด 50.76% มาจากงานรับเหมาระบบส่งน้ำและโซลาร์เซลล์ ซึ่งบริษัทระบุเองว่ามีต้นทุนหน้างานสูงทั้งค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนส่ง และค่าดำเนินงานหลายพื้นที่ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มงานบริการลดจาก 25.18% เหลือ 15.08% และอัตรากำไรสุทธิเหลือ 3.79% จาก 8.62% ที่สำคัญกว่านั้นคือกำไรสุทธิ 6M/2569 ที่ 9.28 ล้านบาท มีรายการโอนกลับค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต 4.68 ล้านบาทรวมอยู่ด้วย หากตัดออกกำไรจากการดำเนินงานจริงเหลือเพียง 45 ล้านบาท ด้านงบดุล D/E ลดเหลือ 1.33 เท่า และ DSCR ตามเกณฑ์ธนาคาร 2.40 เท่า ยังผ่านเงื่อนไขทั้งสองข้อ แต่ต้องอ่านคู่กับข้อเท็จจริงว่าสินทรัพย์รวมหดจาก 456.87 ล้านบาทเหลือ 324.36 ล้านบาทในเวลาปีครึ่ง สภาพคล่องเหลือ 1.00 เท่าพอดี เงินสดคงเหลือ 2.02 ล้านบาท และก่อนเข้าตลาดบริษัทจ่ายปันผลในอัตรา 100.11% 217.81% และ 97.04% ของกำไรสุทธิในปี 25662568 ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดจาก 208.10 ล้านบาทเหลือ 139.47 ล้านบาท

การระดมทุนตามวัตถุประสงค์ในครั้งนี้มีความสอดคล้องกับโจทย์ธุรกิจ โดยเฉพาะเงินลงทุนในเครื่องจักรสำหรับธุรกิจให้เช่า 50 ล้านบาท ซึ่งเปลี่ยนโครงสร้างรายได้จาก Project-based ไปสู่ Recurring และการชำระคืนเงินกู้ 10 ล้านบาทที่จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและปลดภาระค้ำประกันส่วนตัวของผู้ถือหุ้นใหญ่ภายในปี 2570 โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามต่อ ได้แก่

  1. กำไรไตรมาส 3/69 ไตรมาส 4/69 โดยไม่พึ่งรายการโอนกลับ
  2. การรับรู้รายได้จริงของสัญญาให้เช่าที่เหลือในไตรมาส 4/69 ไตรมาส 1/70
  3. มูลค่างานที่ประมูลได้ในรอบงบประมาณ 2570 และสัดส่วนงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง
  4. ผลการศึกษาความเป็นไปได้ของธุรกิจสัมปทานน้ำประปา

ความเสี่ยง:

  1. การพึ่งพารายได้ภาครัฐ 86.33% และกระจุกที่หน่วยงานไม่กี่แห่ง ทำให้รายได้ผูกกับรอบงบประมาณ
  2. การพึ่งพิงผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของผู้ผลิตรายอื่น 91.91% ภายใต้สัญญาตัวแทนแบบไม่ผูกขาด
  3. ลูกหนี้การค้าค้างชำระเกิน 12 เดือน 12.65 ล้านบาท คิดเป็น 17.10% ของลูกหนี้การค้า และระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยยืดเป็น 87 วัน
  4. ความเสี่ยงการขายหุ้นจากฝั่งบริหาร 25 ล้านหุ้นจากการจัดสรร

จากการประเมินมูลค่าเบื้องต้นด้วย PER ย้อนหลัง 1 ปีที่ราคาเสนอขาย 1.23 บาท คิดเป็น 25.99 เท่า มองว่ามูลค่า ณ ราคา IPO อยู่ในระดับเต็มมูลค่าแล้ว

โดย วรินทร ศิรินอก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ