สถิติในอดีตบ่งชี้ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐมักปรับตัวย่ำแย่ในเดือนก.ย.
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Stock Traders Almanac ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2493 เดือนก.ย.เป็นเดือนที่ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวย่ำแย่ที่สุดของปี โดยดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงเฉลี่ย 0.8% ในเดือนก.ย. ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ร่วงลงเฉลี่ย 0.7% และ 0.9% ตามลำดับ
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทมักปรับตัวผันผวนในเดือนก.ย.ในปีที่มีการเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพ.ย.ปีนี้
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การปรับตัวลงของตลาดหุ้นในเดือนก.ย.มีสาเหตุจากการที่นักลงทุนกลับมาจากช่วงพักร้อนและเริ่มปรับพอร์ต ด้วยการขายหุ้นที่มีกำไร, เทขายหุ้นที่ผลประกอบการไม่ดี รวมทั้งปรับพอร์ตเพื่อเตรียมเข้าสู่ช่วงสิ้นปี
นอกจากนี้ ปัจจัยล่าสุดที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นในเดือนก.ย.ได้แก่ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และการดีดตัวของราคาน้ำมัน ซึ่งจะกระตุ้นความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่การแสดงท่าทีในเชิงคุมเข้มทางการเงินของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็ได้ทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 66.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 39.6% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 33.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 60.4% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ขณะเดียวกัน นักลงทุนมีแนวโน้มเทขายทำกำไรในเดือนนี้ หลังจากตลาดพุ่งขึ้นอย่างมากในเดือนที่แล้ว
ทั้งนี้ ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้น 1.3% ในเดือนส.ค. ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq พุ่งขึ้น 2.6% และ 3.9% ตามลำดับ
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ