ภาวะตลาดหุ้นเกาหลีใต้: หุ้นโซลปิดร่วงเกือบ 4% ตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ดันน้ำมันพุ่ง

ข่าวต่างประเทศ Wednesday September 2, 2026 14:26 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดร่วงเกือบ 4% ในวันนี้ (2 ก.ย.) หลังจากที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านเปิดฉากปะทะกันรอบใหม่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ [KOSPI.X] ปิดที่ระดับ 6,562.72 จุด ลดลง 273.08 จุด หรือ -3.99%

กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศรอบใหม่เพื่อถล่มเป้าหมายของอิหร่านในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยการโจมตีเกิดขึ้นหลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรธนาคารอิหร่านเพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ในขณะที่อิหร่านเตือนว่าจะขัดขวางการส่งออกน้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซีย

สถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] พุ่งขึ้น 5.2% และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้น 4.6% ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันอังคาร (1 ก.ย.)

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออีกครั้ง และผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.ปีที่แล้ว ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 68.2% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 39.6% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

หุ้นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ Samsung Electronics ร่วงลง 4.02% และ SK hynix ร่วงลง 4.73% ขณะที่หุ้นบริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ Naver ลดลง 2.79% และ Kakao ปรับตัวลง 3.84%

หุ้นบริษัทรถยนต์ Hyundai Motor ดิ่งลง 5.62% และ Kia ร่วงลง 5.18% ด้านหุ้นบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ LG Energy Solution ดิ่งลง 5.31% และ POSCO Future M ทรุดลง 8%

โดย ปรียพรรณ มีสุข/ปนัยดา ปัทมโกวิท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ