ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.32 แกว่งแคบใกล้เคียงช่วงเช้า คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.20-33.45

ข่าวหุ้น-การเงิน Wednesday September 2, 2026 17:42 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.32 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าเปิดตลาดที่ระดับ 33.35 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่า เนื่องจากความกังวลเรื่องสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.28-33.38 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทที่ระดับ 33.38 บาท/ดอลลาร์ ถือว่าอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 1 เดือน

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามคืนนี้ คือตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.45 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.84 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 160.28 เยน/ดอลลาร์

เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1570 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1580 ดอลลาร์/ยูโร

ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,575.07 จุด ลดลง 13.61 จุด (-0.86%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 64,337.82 ล้านบาท

สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 635.43 ล้านบาท

ที่ประชุม กกร. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 69 มีแนวโน้มเติบโตดีกว่าที่ประเมินไว้ จากแรงส่งของการส่งออก และการลงทุนภาคเอกชน ที่ขยายตัวสูงกว่าคาด โดย กกร. ได้ปรับประมาณการ GDP ปีนี้ เป็นขยายตัวได้ 2.1-2.5% จากเดิม 1.6-2.0% และเพิ่มคาดการณ์การส่งออกเป็น 12-16% จากเดิม 8-10% ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ยังคงคาดการณ์เดิมที่ 2.5-3.0%

กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB FM) คาดว่าเงินบาทอาจอ่อนค่าในระยะสั้นในกรอบ 33.30-33.80 บาท/ดอลลาร์ ก่อนกลับมาแข็งค่าสู่กรอบ 32.75-33.25 บาท/ดอลลาร์ช่วงปลายปี หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอลง เฟดคงดอกเบี้ย และสถานการณ์สงครามคลี่คลาย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวยังอยู่ในระดับสูงจากความกังวลด้านการคลังและอุปทานพันธบัตรจำนวนมาก แม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวก็ตาม ทั้งนี้ หากไม่มีมาตรการที่แก้ปัญหาการคลังเชิงโครงสร้าง แรงกดดันอาจย้ายจากตลาดพันธบัตรไปสู่ค่าเงิน ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า และเพิ่มความเสี่ยงเรื่อง Dollar debasement ในระยะยาว

กระทรวงพลังงาน ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่าน อย่างใกล้ชิด หลังเริ่มกลับมาสู้รบกันอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกผันผวน และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์การสู้รบระลอกใหม่นี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพและราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

มูดี้ส์ (Moodys) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก เปิดเผยในวันอังคาร (1 ก.ย.) ว่า ภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความพร้อมที่จะคว้าโอกาสจากการขยายตัวของการค้าดิจิทัล (Digital Trade) โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดกว้างทางการค้าในระดับสูงและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้อย่างรวดเร็วในภูมิภาค

ฝ่ายวิจัยของธนาคารโอเวอร์ซี-ไชนีส แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น หรือ โอซีบีซี (OCBC) เปิดเผยในวันอังคาร (1 ก.ย.) ว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ไหลเข้าสู่อาเซียนยังคงมีความแข็งแกร่งตลอดปี 2568 และช่วงต้นปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในภาคการผลิต บริการทางการเงิน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)

สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านระลอกใหญ่ในวันอังคาร (1 ก.ย.) ตอบโต้กรณีที่อิหร่านที่พยายามวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซและการยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน ส่งผลให้ความตึงเครียดทางการเมืองยกระดับขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบหลายสัปดาห์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่ได้พยายามบังคับให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา หลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทางทหารในอิหร่านรอบใหม่เมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ มีอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เกือบทั้งหมด

กลุ่มสถาบันการเงิน 21 แห่ง นำโดยโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs), แบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America), ซิตี้ (Citi) และดอยช์แบงก์ (Deutsche Bank) เปิดเผยเมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) ว่า มีแผนจัดตั้งบริษัทในปี 2569 เพื่อออกสเตเบิลคอยน์ที่ตรึงมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปี 2570

กรรมการสายเหยี่ยวของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า BOJ ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามสถานการณ์ โดยพิจารณาทั้งภาวะการเงินในประเทศและสถานการณ์ในต่างประเทศ

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ