นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน Bangkok Business Summit 2026 ที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ถึงทิศทางและแผนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย ภายใต้แนวคิด Thailands New Horizons เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและเสถียรภาพทางการเงิน ท่ามกลางวิกฤตซ้ำซ้อนในโลกยุคแบ่งขั้ว
โดยระบุว่า มีข้อมูลเชิงลึกที่น่ากังวลว่า ทุกครั้งที่ประเทศไทยเผชิญวิกฤตการณ์สำคัญ ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ (GDP) จะหดตัว และจมดิ่งลงสู่ฐานใหม่ที่ต่ำกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยหลังวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งปี 2540 เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตเฉลี่ยได้ที่ 5.3% แต่เมื่อเผชิญวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2551 อัตราการเติบโตเฉลี่ยกลับลดลงเหลือ 3.7% และหลังจากวิกฤตโควิด-19 ปี 2564 เป็นต้นมา เศรษฐกิจไทยก็เติบโตเฉลี่ยได้เพียง 2.4% เท่านั้น ความท้าทายในปัจจุบัน จึงไม่ใช่แค่การฟื้นตัวระยะสั้น แต่คือการสร้างขีดความสามารถเพื่อการเติบโตในระยะยาว
ส่วนประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลที่แข็งแกร่ง และโดดเด่นในระดับสากล ผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยข้อมูลล่าสุดของเดือนก.ค.69 มีบัญชีที่ลงทะเบียนสูงถึง 83 ล้านบัญชี และรองรับการทำธุรกรรมสูงถึง 2,500 ล้านครั้งในเดือนเดียว ควบคู่ไปกับความสำเร็จของ แอปพลิเคชัน เป๋าตัง ที่มีผู้ใช้บริการมากกว่า 40 ล้านคน ณ ต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้การดำเนินมาตรการสนับสนุนทางการคลังของรัฐ เข้าถึงประชาชนได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็ว ส่งผลให้สถิติการเปิดบัญชีบริการทางการเงินดิจิทัลในประเทศไทยเติบโตเกือบ 70% จาก 84 ล้านบัญชี พุ่งขึ้นสู่ 141 ล้านบัญชีภายในระยะเวลา 5 ปี
*เล็งเปิดตัว Bangkok Blueprint พิมพ์เขียวความปลอดภัยทางการเงิน
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า แม้ระบบดิจิทัลจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ภัยคุกคามและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีก็ทวีความรุนแรงขึ้นตามมาเช่นกัน โดยในปี 2567 ประเทศไทยได้รับความสูญเสียจากภัยโกงออนไลน์สูงถึง 43,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.2% ของ GDP ประเทศ ขณะที่ข้อมูลในปี 2568 พบว่าระบบการเงินของไทย ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีทางไซเบอร์ เช่น Ransomware และ Phishing เพิ่มขึ้นถึง 45%
ด้วยเหตุนี้ ธปท.จึงได้ร่วมมือกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ในการพัฒนาแคมเปญกระดับโลก เพื่อออกพิมพ์เขียวความปลอดภัยทางการเงิน ในชื่อ Bangkok Blueprint ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานประชุมใหญ่เดือนต.ค.นี้ เพื่อใช้เป็นกรอบอ้างอิงระดับสากลในการต่อสู้กับกลโกงดิจิทัล ผู้ว่าการ ธปท.
ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของ Bangkok Blueprint ประกอบด้วย Practical Commitment การเปลี่ยนนโยบายบนกระดาษให้เป็นการลงมือปฏิบัติที่วัดผลได้จริง โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล และผู้เล่นในตลาด และ Key Considerations หลักการสำคัญในการประเมินและป้องกันความเสี่ยง ที่ครอบคลุมมิติดิจิทัล และธุรกรรมข้ามพรมแดน โดยการขับเคลื่อนนี้จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติว่า ระบบการเงินไทยมีธรรมาภิบาล และการกำกับดูแลที่เท่าทันต่ออาชญากรรมสมัยใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว
นายวิทัย ระบุว่า ที่ผ่านมา ธปท. ได้ยกระดับมาตรการควบคุมความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมาตรฐานโมบายแบงก์กิ้งที่ปรับปรุงเมื่อ 2 ปีก่อน ช่วยจำกัดการทำงานของแอปดูดเงินทางเทคนิคให้ลดลงเหลือศูนย์รายได้สำเร็จตั้งแต่เดือนม.ค.68
ขณะเดียวกัน มาตรการควบคุมการโอนเงินที่เข้มงวด ทั้งการจัดการบัญชีม้า และการสืบค้นเส้นทางเงิน ผ่านระบบ API ส่งผลให้ความสูญเสียจากการหลอกลวงโอนเงินด้วยตนเอง (Authorized Push Payment หรือ APP Fraud) หดตัวลงอย่างมาก จากจุดสูงสุดที่ 8,600 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2/2567 เหลือเพียง 1,800 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2/2569 หรือลดลงเกือบ 80%
โดย ธปฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์