ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดพุ่ง 624.16 จุด ขานรับผู้ว่าเฟดหนุนคงดอกเบี้ยเดือนนี้

ข่าวต่างประเทศ Friday September 4, 2026 06:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งกว่า 600 จุดในวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย หลังจากคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่า เขาจะสนับสนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ หากข้อมูลบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มลดลง

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 53,686.11 จุด เพิ่มขึ้น 624.16 จุด หรือ +1.18%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,747.71 จุด เพิ่มขึ้น 81.11 จุด หรือ +1.06%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,584.06 จุด เพิ่มขึ้น 366.23 จุด หรือ +1.40%

ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดพุ่งขึ้นกว่า 1% หลังจากวอลเลอร์กล่าวว่า เขาจะสนับสนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ หากตัวเลขเงินเฟ้อที่จะออกมาในสัปดาห์หน้าไม่สูงกว่าที่คาดไว้ โดยข้อมูลเงินเฟ้อที่จะมีการเปิดเผยก่อนการประชุมเฟดวันที่ 15-16 ก.ย. คือ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า

วอลเลอร์ได้แสดงความมั่นใจต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในปัจจุบัน โดยกล่าวว่าภาษีนำเข้ามีแนวโน้มว่าจะส่งผลกระทบไม่มากนัก และราคาพลังงานที่สูงขึ้นก็ยังไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคส่วนอื่น ๆ ของเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ แม้ยอมรับว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเป้าหมาย 2% ของเฟด แต่วอลเลอร์กล่าวว่า แนวโน้มในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ในที่สุดเรากำลังเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่างของการชะลอตัวของเงินเฟ้อ หากข้อมูลเงินเฟ้อที่จะออกมายังคงเป็นไปในทิศทางนี้ ผมก็จะสนับสนุนการคงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน

เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า หลังการแสดงความเห็นของวอลเลอร์ นักลงทุนให้น้ำหนัก 50.4% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนนี้ ซึ่งลดลงจากระดับ 63.2% ในวันพุธ

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.752% หลังวอลเลอร์ส่งสัญญาณสนับสนุนเฟดคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้

หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยพุ่งขึ้น 1.58% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้น 1.55% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 0.72% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุลดลง 0.46%

สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Nvidia ผู้ผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รายใหญ่ ปรับตัวขึ้น 1.8% หลังบริษัทประกาศว่าจะเข้าซื้อแพลตฟอร์มนักพัฒนา Hugging Face เป็นเงินมูลค่า 1.29 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อท้าชนกับ OpenAI และ Anthropic

หุ้น Broadcom ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิป ร่วงลง 2.7% หลังบริษัทคาดการณ์รายได้ไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

หุ้น Snowflake ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูลระบบคลาวด์ พุ่งขึ้น 16.6% หลังบริษัทคาดการณ์รายได้รายปีที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ดีดตัวขึ้น โดยหุ้น ServiceNow, หุ้น Salesforce และหุ้น Adobe ปรับตัวขึ้นระหว่าง 2.1% 6.5%

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวขึ้นหลังจากราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 81,000 ดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ทั้งนี้ หุ้น MicroStrategy พุ่งขึ้น 17.6%, หุ้น Coinbase Global พุ่งขึ้น 10.1% และหุ้น Robinhood Markets ทะยานขึ้น 16.6%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 55.4 ในเดือนส.ค. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 54.1 จากระดับ 54.1 ในเดือนก.ค. โดยได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 2,000 ราย สู่ระดับ 206,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 205,000 ราย

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนส.ค.ของสหรัฐฯ ในวันนี้นี้ (4 ก.ย.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 58,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. หลังจากที่ลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 4.1% ในเดือนส.ค.

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ