เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) ว่า สหรัฐฯ อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่ทางการอิหร่านระบุว่า พลาดเป้าไปตกใส่อาคารที่กำลังจัดงานมงคลสมรสในภาคใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ท่ามกลางกระแสการจับตามองและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อความสูญเสียของพลเรือนจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แวนซ์แถลง ณ ทำเนียบขาวว่า สหรัฐฯ กำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังเพราะให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ มีจุดยืนว่าจะไม่พุ่งเป้าโจมตีพลเรือนในการสู้รบ และหากเกิดความผิดพลาดขึ้นจริง กองทัพสหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะเรียนรู้เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข ซึ่งถือเป็นความแตกต่างสำคัญระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ขณะที่ นาวาเอก ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่าทางกองทัพรับทราบรายงานและกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบเช่นกัน
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว สื่อทางการและสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านรายงานว่า เกิดขึ้นเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (1 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยขีปนาวุธได้พุ่งเข้าใส่อาคารที่พักอาศัยในเมืองคูเฮสตัก อำเภอซีริก จังหวัดฮอร์โมซกาน ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างที่ประชาชนจำนวนมากกำลังรวมตัวกันเพื่อร่วมงานแต่งงานของบุตรสาวชาวประมงในพื้นที่
ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 5 ราย หลังหญิงสาววัย 22 ปีเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีเด็กวัย 4 ขวบรวมอยู่ด้วย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 70 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก
ขณะเดียวกัน ผลการวิเคราะห์ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอโดยผู้เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์ของสำนักข่าวรอยเตอร์ชี้ว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับการถูกยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ โจมตีโดยตรง ไม่ใช่การระเบิดจากสะเก็ดของเป้าหมายอื่น
ด้าน เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกมาประณามการโจมตีครั้งนี้อย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็น ความพยายามอันสิ้นหวังของสหรัฐฯ เพื่อปกปิดความพ่ายแพ้ของตนเอง
ทั้งนี้ เหตุโจมตีงานวิวาห์ดังกล่าวนับเป็นระลอกการปะทะครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ และปลุกกระแสความวิตกกังวลต่อกรณีความสูญเสียของพลเรือนซ้ำรอยเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกของสงคราม โดยมีขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กโจมตีใส่อาคารโรงเรียนประถมศึกษาหญิงชะญะเราะฮ์ ฏอยยิบะฮ์ ในเมืองมีนาบ จังหวัดฮอร์โมซกาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 168 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน และการตรวจสอบในภายหลังบ่งชี้ว่าเกิดจากความผิดพลาดด้านข้อมูลข่าวกรองของกองทัพสหรัฐฯ
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช