ราคาน้ำมันปรับตัวลงในวันนี้ แต่มีแนวโน้มพุ่งขึ้นอย่างมากในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลต่ออุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง
ณ เวลา 20.35 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. ลบ 0.50 ดอลลาร์ หรือ 0.55% สู่ระดับ 90.80 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. ลบ 0.06 ดอลลาร์ หรือ 0.04% สู่ระดับ 95.46 ดอลลาร์/บาร์เรล
แม้ราคาน้ำมันปรับตัวลงในวันนี้ แต่พุ่งขึ้นอย่างมากในสัปดาห์นี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้น 6.5% ในรอบสัปดาห์ ซึ่งเป็นการดีดตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 8.4% ทำสถิติปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม
นอกจากนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทาน อันเป็นผลจากการกลับมาสู้รบกันอีกครั้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมทั้งการที่ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ได้ผลักดันให้ราคาเฉลี่ยของน้ำมันดีเซลในสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ซิตี้กรุ๊ปปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบเบรนท์ในไตรมาส 3 สู่ระดับ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเดิมที่ระดับ 80 ดอลลาร์ โดยระบุว่า การเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
ส่วนนักวิเคราะห์จาก ANZ ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์สู่ระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และยังมีความเสี่ยงที่ราคาจะดีดตัวขึ้นอีก หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้น
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ