กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ (7 ก.ย.) ว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของญี่ปุ่นในเดือนส.ค. ลดลง 7.958 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 6.18% จากเดือนก.ค. มาอยู่ที่ระดับ 1.21 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 นอกจากนี้ ทุนสำรองในเดือนส.ค.ยังปรับตัวลงมากที่สุดทั้งในแง่เปอร์เซ็นต์และในรูปสกุลเงินดอลลาร์ นับตั้งแต่กระทรวงการคลังได้ทำการจัดเก็บข้อมูลที่สามารถเปรียบเทียบได้ในเดือนเม.ย. 2543
เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังระบุว่า การลดลงของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมีสาเหตุหลักมาจากมูลค่าตลาดของพันธบัตรรัฐบาลที่ถือครองอยู่ในทุนสำรองปรับตัวลดลง ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุมาจากการที่ญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราซึ่งดำเนินการระหว่างวันที่ 30 ก.ค. 26 ส.ค.
ในช่วงปลายเดือนส.ค. กระทรวงการคลังระบุว่า ญี่ปุ่นได้ใช้เงินสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 15.4 ล้านล้านเยน (9.6 หมื่นล้านดอลลาร์) ในการแทรกแซงตลาดด้วยการขายสกุลเงินดอลลาร์และซื้อสกุลเงินเยนในช่วงเวลาดังกล่าว
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นและธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้เข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราโดยร่วมมือกับสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ซึ่งการดึงทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมาใช้ในการแทรกแซงดังกล่าวได้สะท้อนอยู่ในตัวเลขเดือนส.ค.
ทั้งนี้ ยอดรวมการแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราของญี่ปุ่นได้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อปีแล้ว ท่ามกลางภาวะเงินเยนที่อ่อนค่า
ส่วนยอดการถือครองหลักทรัพย์ลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9.5% สู่ระดับ 8.3956 แสนล้านดอลลาร์ และเงินฝากลดลง 4.2% สู่ระดับ 1.5542 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ทองคำสำรองปรับตัวขึ้น 13.3% แตะที่ 1.241 แสนล้านดอลลาร์
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข