นายสุรพงษ์ สาเรชพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บีพีเอส เทคโนโลยี [BPS] กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 5 กลุ่มบริการโซลูชันครบวงจร ยกระดับจากผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า และ Smart Construction สู่การเป็น Technology Company ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี AI, โซลูชัน และบริการแบบครบวงจร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของลูกค้า และพัฒนาคุณภาพชีวิต ต่อยอดไปสู่โมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้จากการบริการในระยะยาว
สำหรับในครึ่งปีหลังของปี 69 บริษัทมีแผนการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ต่างจังหวัด และสปป.ลาว โดยสนับสนุนตั้งแต่การเปิดโชว์รูม การบริหารสินค้า ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุน พร้อมมุ่งสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจเทคโนโลยีและสามารถบริหารสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขยายฐานการให้ขายสินค้า และการบริการของบริษัท และผลักดันดันให้รายได้ของบริษัทเป็นไปตามเป้าหมายในปีนี้ที่ตั้งไว้ 650 ล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกบริษัททำรายได้ไปแล้วกว่า 300 ล้านบาท
โดยกลุ่มธุรกิจ Smart Property & Smart Buildingมีแผนพัฒนาโครงการต่างๆ โดยมุ่งเน้นการเชื่อมต่อเครือข่ายและนำเสนอแพลตฟอร์มที่ช่วยเพิ่มศักยภาพองค์กร ตลอดจนยกคุณภาพอาคารและที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น ได้แก่ บริการเดินสายระบบโครงข่ายไฟเบอร์ออปติก (FTTx) ควบคู่ไปกับการเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน Tita, ระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดเดิมที่มีอยู่แล้วได้ทันที โดยมีแผนการสร้างกลุ่มตัวแทนจำหน่ายทั้งในประเทศ และสปป. ลาว ซึ่งมีระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ครอบคลุม ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนา Smart Home และ ระบบหมุนเวียนอากาศอัจฉริยะ ด้วยกลยุทธ์การสร้างระบบให้เชื่อมต่อแพลตฟอร์มระดับโลกและการให้ข้อมูลโดยตรง เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้บริการรายบุคคลมากขึ้น
กลุ่มธุรกิจ Data Platform และ Smart Monitoring บริษัทอยู่ระหว่างขยายโอกาสในตลาด Data Centerรวมถึงการพัฒนาขอบเขตการให้บริการและผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมความต้องการของโครงการอาทิ ระบบรายงานข้อมูลด้านความปลอดภัย การตรวจจับและติดตามประสิทธิภาพการดำเนินงาน ก่อนประเมินศักยภาพเพื่อพัฒนาเป็นบริการเชิงพาณิชย์โดยมีกลุ่มเป้าหมายในประเทศ และสปป.ลาว ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ
กลุ่มธุรกิจ Smart Energy & Energy Management บริษัทมุ่งพัฒนา Energy Management Platform ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี Solar, EV และ Smart Meter รวมถึงระบบติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการการใช้พลังงาน เพื่อช่วยให้ลูกค้ามองเห็นข้อมูลการใช้พลังงานและนำไปบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอยู่ในระหว่างการพัฒนาอุปกรณ์ลดทอนฮาร์มอนิก หรือ Active C ภายใต้แบรนด์ BPS เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นประหยัดและเร่งดำเนินการด้านมาตรฐานมอก. สำหรับนำเสนอทั้งตลาดภาครัฐและเอกชน ซึ่งถือเป็นการขยายบทบาทของบริษัท จากการจำหน่ายอุปกรณ์ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าในอนาคต
ขณะที่ กลุ่มธุรกิจ Smart Wellness & Longevity Living บริษัทมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีสุขภาพเข้ามาเชื่อมต่อกับการอยู่อาศัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า ผ่านการพัฒนาระบบ Health Passport นวัตกรรมจัดเก็บข้อมูลสุขภาพดิจิทัลที่บันทึกและรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบออนไลน์ อีกทั้งมีแผนเตรียมขยายตลาดเชิงรุกสู่ สปป.ลาว โดยร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นในธุรกิจประกันสุขภาพ ควบคู่กับการเชื่อมโยงระบบเทคโนโลยีเข้ากับโครงการศูนย์สุขภาพขนาดใหญ่ เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศการดูแลสุขภาพระดับภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ
ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ถือเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งกระบวนการทำงานและโซลูชันด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และรายได้จากบริการในระยะยาว พร้อมทั้งเร่งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจร่วมกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจให้กว้างขึ้น โดยบริษัทจะไม่ได้มองเพียงการขายสินค้า แต่จะมองไปถึงการสร้างบริการโซลูชันที่สามารถสร้างคุณค่าและรายได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็น New S-Curve ที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังยึดมั่นการดำเนินงานโดยคำนึงถึงผลตอบแทน ความเสี่ยง และความสามารถในการบริหารจัดการ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน นายสุรพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้างานบริการผ่านการเตรียมพัฒนา BPS Academy ศูนย์อบรมทักษะด้านเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์และระบบกล้องวงจรปิด และแพลตฟอร์มที่มีชื่อว่า รวมช่าง เพื่อสร้างเครือข่ายช่างและเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่าย ช่าง และลูกค้าเข้าด้วยกัน พร้อมสร้างโอกาสในการขยายฐานรายได้ในอนาคต โดยตั้งเป้าในปี 70 จะทำให้รายได้ที่มาจากงานบริการมีสัดส่วนอยู่ที่ 10% ของรายไดิรวม ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สนับสนุนรายได้ของบริษัทให้เติบโตอย่างยั่งยืน และสนับสนุนราได้ของบริษัทให้เป็นไปตบมแผน JUMP+ ที่ตั้งเป้ารายได้ในปี 70 ไว้ที่ 1 พันล้านบาท
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล