ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้ (8 ก.ย.) โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น หลังมีรายงานว่า กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco)
ณ เวลา 06.04 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ [DJI.X] ร่วงลง 321 จุด หรือ 0.60% แตะที่ 53,119 จุด
ส่วนราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] ดีดตัวขึ้น 1.14 ดอลลาร์ หรือ 1.25% แตะที่ 92.62 ดอลลาร์/บาร์เรล
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์สรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า กลุ่มกบฏฮูตีได้ก่อเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท ซาอุดี อารัมโก ในเมืองจีซาน ในวันจันทร์ (7 ก.ย.) และทางบริษัทกำลังประเมินความเสียหาย
จีซานเป็นเมืองอุตสาหกรรมของซาอุดีอาระเบียที่อยู่ใกล้กับชายแดนเยเมน และเคยถูกกลุ่มฮูตีโจมตีมาแล้วหลายครั้ง นอกจากนี้ เมืองจีซานเป็นที่ตั้งของโรงกลั่นน้ำมันขนาด 400,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบีย อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของโรงงานและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ รวมทั้งข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดา โดยล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องบิน Bombardier ของแคนาดาในสหรัฐฯ อีกต่อไป เพื่อตอบโต้ต่อการที่แคนาดาปิดกั้นไม่ให้ธนาคารและบริษัทของสหรัฐฯ เข้าดำเนินธุรกิจในประเทศ
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 15-16 ก.ย. ขณะที่เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 60% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช