เจนนิเฟอร์ โฮเมนดี ประธานคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ (NTSB) เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (7 ก.ย.) ว่า เจ้าหน้าที่เก็บกู้กล่องบันทึกข้อมูลการบินและเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินหรือ กล่องดำ จากเครื่องบินขนส่งสินค้า อะเมซอน ไพร์ม แอร์ (Amazon Prime Air) ได้แล้ว และส่งต่อไปยังสำนักงานใหญ่ NTSB ในกรุงวอชิงตันตั้งแต่คืนวันจันทร์ เพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูล
เครื่องบินลำที่เกิดเหตุเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 767-33A อายุ 32 ปี ให้บริการโดยบริษัท ทเวนตีวัน แอร์ (21 Air LLC) ในไมอามี โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 ก.ย.) เครื่องบินได้ไถลออกนอกรันเวย์ไปราว 396 เมตร พุ่งชนยานพาหนะบนพื้นดิน 2 คัน คันแรกเป็นรถตู้ฟอร์ด อีโคโนไลน์ ภายในพื้นที่สนามบิน ซึ่งในรถตู้มีพนักงานทำความสะอาดสายการบินโดยสารอยู่ 7 คน จากนั้นตัวเครื่องได้ทะลุรั้วกั้นสนามบินออกไปชนกับรถเอสยูวีโตโยต้าที่กำลังแล่นอยู่บนถนนภายนอก
เจ้าหน้าที่ระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ที่อยู่บนพื้นดินเสียชีวิต 5 คน และบาดเจ็บ 5 คน โดยในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 3 คน
โฮเมนดีแถลงข่าวว่า ทั้งนักบินและนักบินผู้ช่วยรอดชีวิตทั้งคู่ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สอบปากคำ
โฮเมนดี ซึ่งนำทีมพนักงานสอบสวน 32 คนลงพื้นที่สนามบินนานาชาติไมอามี ได้ชี้แจงความคืบหน้าเบื้องต้นแก่ผู้สื่อข่าว พร้อมระบุว่า จะยังไม่สามารถสรุปสาเหตุแน่ชัดของอุบัติเหตุได้จนกว่ากระบวนการสอบสวนทั้งหมดจะเสร็จสิ้น
ขณะนี้ NTSB ยังคงเร่งเก็บกู้และบันทึกหลักฐาน ส่วนเจ้าหน้าที่อีกชุดเร่งสูบถ่ายน้ำมันเครื่องบินออกจากจุดเกิดเหตุและตัวเครื่อง ทำให้สนามบินยังต้องปิดรันเวย์ 2 ใน 4 เส้น อย่างไรก็ตาม แม้สนามบินจะสั่งระงับเที่ยวบินทั้งหมดทันทีหลังเกิดเหตุ แต่ได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติตั้งแต่ช่วงค่ำวันอาทิตย์แล้ว
นอกจากนี้ ในการสอบสวน NTSB จะตรวจสอบด้วยว่า การที่สนามบินไม่มีระบบชะลอความเร็วอากาศยานท้ายทางวิ่ง มีผลต่อความรุนแรงของอุบัติเหตุครั้งนี้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากไม่ใช่สนามบินทุกแห่งในสหรัฐฯ จะติดตั้งระบบวัสดุชะลอความเร็วอากาศยาน (Engineered Materials Arresting System หรือ EMAS)
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต