สมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแห่งประเทศจีน (CPCA) เปิดเผยข้อมูลในวันนี้ (8 ก.ย.) ว่า ยอดส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 77.5% เมื่อเทียบรายปี แตะ 894,000 คัน แม้อัตราการเติบโตชะลอลงจาก 88.2% ในเดือนก.ค. หลังผู้ผลิตรถยนต์จีนเร่งขยายตลาดต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี CPCA ระบุว่า ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศลดลง 23.7% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 1.55 ล้านคัน ซึ่งนับเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 และรุนแรงขึ้นจากเดือนก.ค. ซึ่งยอดขายลดลง 21.1% เมื่อเทียบรายปี
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และปลั๊กอินไฮบริด ยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 154.7% เมื่อเทียบรายปี สวนทางกับยอดขายในประเทศที่ลดลง 10.1% เมื่อเทียบรายปี
บีวายดี (BYD) และจีลี่ ออโต้ (Geely Auto) ทำสถิติส่งออกรถยนต์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนส.ค. ขณะที่ค่ายรถจีนเดินหน้ารุกตลาดยุโรปและกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ด้วยรถยนต์ที่มีราคาจูงใจและเทคโนโลยีที่แข่งขันได้ แม้หลายประเทศเริ่มเพิ่มข้อจำกัดทางการค้าต่อรถยนต์จีน
เลขาธิการ CPCA คาดการณ์ว่า จีนจะส่งออกรถยนต์ได้ 12 ล้านคันในปีนี้ และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 18-20 ล้านคันต่อปีภายในปี 2573
ทั้งนี้ การเร่งส่งออกรถยนต์ของจีนยังทำให้เกิดความกังวลว่า สงครามราคาที่รุนแรงในตลาดจีนอาจขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้ออกแนวทางใหม่สำหรับการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ โดยเตือนค่ายรถไม่ให้ลดราคาอย่างถี่หรือรุนแรงเกินไป รวมถึงการดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นไปตามกฎ
ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน รวมถึง บีวายดี, จีลี่ และเชอรี (Chery) ต่างให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หน่วยงานกำกับดูแลยังไม่ได้กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์