ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ มีคำสั่งเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) ให้ถอดสินค้าที่มีต้นกำเนิดจากแคนาดาออกจากบัญชีรายการจัดซื้อของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้มาตรการเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ของแคนาดา
ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า เขาได้สั่งการให้สำนักงานบริหารบริการทั่วไปของสหรัฐฯ (GSA) ร่วมกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อถอดสินค้าที่มีต้นกำเนิดจากแคนาดาออกจากบัญชีรายการจัดซื้อแบบ Multiple Award Schedules ของ GSA จนกว่าแคนาดาจะกลับมาเปิดทางให้เกษตรกรและบริษัทของสหรัฐฯ ได้รับการปฏิบัติอย่างเต็มที่และเป็นธรรม
ทรัมป์กล่าวว่า แคนาดาไม่เปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมของสหรัฐฯ เข้าถึงตลาดแคนาดา และระบุว่าเหตุผลเดียวที่แคนาดายังคงมีอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ เป็นผลมาจากข้อตกลงการค้าที่ เลวร้าย ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยประธานาธิบดีคนก่อนๆ พร้อมย้ำว่า แคนาดาเอาเปรียบสหรัฐฯ มานานหลายปี
นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลแคนาดา รวมถึงรัฐบาลระดับรัฐ ได้สั่งห้ามธุรกิจขนาดเล็กและบริษัทของสหรัฐฯ เข้าไปจำหน่ายสินค้าในตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของแคนาดา โดยระบุว่า ไม่ใช่การตอบแทนทางการค้าอย่างเท่าเทียม แต่เป็นการเอาเปรียบทางการค้าของแคนาดา
นับจากนี้ หากไม่มีการตอบแทนที่เท่าเทียม ก็ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงตลาด ทรัมป์ระบุ
ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา โดยสหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้มาตรการภาษี 50% กับสินค้าจากแคนาดามูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ส่งผลให้แคนาดาตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีในอัตราเดียวกันกับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในมูลค่าเทียบเท่ากัน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.)
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช