ส.อ.ท. เชื่อบอร์ดอีวียึดสมดุล ปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ต้องอยู่รอดร่วมกันทั้ง ICE และ EV

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday September 9, 2026 13:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย หากรัฐบาลมีแนวโน้มปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ว่า ข้อกังวลว่าราคารถยนต์จะแพงขึ้น จนกระทบผู้บริโภคนั้น มองว่า การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต เชื่อว่าจะเน้นไปที่รถยนต์นำเข้าเป็นหลัก ดังนั้น รถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศ จึงน่าจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการนี้

โดย ส.อ.ท.มองประเด็นนี้ เป็นภาพบวกต่อระบบนิเวศ (Ecosystem) ของอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากจะช่วยดูแลกำลังการผลิตรถยนต์ภายในประเทศให้เติบโต ต่อเนื่องไปถึงการจ้างงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ และการรักษาเงินบาทให้หมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่อุตสาหกรรมได้

ขณะที่ นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ กล่าวว่า คงต้องรอผลสรุปจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ในวันพรุ่งนี้ก่อน (10 ก.ย.) เพื่อให้เห็นโครงสร้างที่ชัดเจน เนื่องจากกรณีนี้เป็นเรื่องของการจัดสมดุล (Balancing)

ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ได้ดำเนินมาไกลแล้ว และมีเครื่องมือหลายตัวที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และอุตสาหกรรมยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) สามารถอยู่รอดร่วมกันได้ในระยะยาว โดยเชื่อว่าภาครัฐตระหนักถึงประเด็นนี้ และกำลังพิจารณาจัดสมดุลอย่างเหมาะสม

* เล็งเสนอ BOI หนุนอุตสาหกรรม Data Center ใช้ Local Content

ส่วนแนวทางการผลักดันการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนการผลิตภายในประเทศ (Local Content) ในอุตสาหกรรม Data Center ในไทย ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำนั้น ส.อ.ท. มีแผนจะนำประเด็นนี้ เข้าเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ด BOI) เพื่อพิจารณาผลักดันต่อไป

นายมนตรี กล่าวว่า ในอดีต การส่งเสริมการลงทุนจะพิจารณาเฉพาะเม็ดเงินลงทุน แต่ปัจจุบัน ต้องมองทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) และผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Economic Impact) โดย Data Center และ AI ในอนาคตจะกลายเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของไทยเหมือนน้ำ และไฟฟ้า การลงทุน Data Center จะช่วยให้อุตสาหกรรมอื่นเดินหน้าต่อได้ ทั้งนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทผลิต PCB Board เข้ามาลงทุนหลายสิบบริษัท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Value Chain ใน Data Center

ขณะที่ นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวว่า การเพิ่ม Local Content ใน Data Center ต้องใช้เวลา ขึ้นอยู่กับปริมาณ Local Content ที่ไทยมีอยู่ โดยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีการลงทุนผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB Board) เข้ามาจำนวนมาก และเพิ่งเริ่มดำเนินการ เนื่องจาก Data Center ต้องใช้ PCB Board และเทคโนโลยี PCB มีการเปลี่ยนผ่านเร็ว จึงเป็นเรื่องดีต่อการเติมเต็มซัพพลาย แต่สิ่งที่น่าจับตาและสำคัญกว่า คือ การนำ Data Center ไปต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ

เนื่องจากโรงงานสร้างได้รวดเร็ว อาจเกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากรในระยะแรก เช่น โรงงาน PCB ต้องการวิศวกร 1,000 คน ซึ่งสร้างโรงงานเสร็จก่อนการผลิตวิศวกร จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องนำบุคลากรต่างชาติเข้ามาในช่วงแรก แล้วค่อย ๆ นำแรงงานไทยเข้าทดแทน เช่นเดียวกับพัฒนาการของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอดีต นายปณิธาน กล่าว


* ดันโครงการ พี่ช่วยน้อง + Rebalance Credit Term เติมสภาพคล่อง SMEs

ส่วนกรณีที่ภาครัฐ มีนโยบายสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ผ่านการปรับ Credit Term นั้น นายปณิธาน กล่าวว่า ปัญหาสภาพคล่อง สอดคล้องกับความเห็นของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระบุว่า เงินในประเทศไทยมี แต่อยู่ผิดที่ โดยเงินไปกองอยู่ที่บริษัทใหญ่มากเกินไป การปรับสมดุล Credit Term และการดำเนินโครงการ พี่ช่วยน้อง จะช่วยกระจายสภาพคล่องจากบริษัทใหญ่ไปสู่ SMEs

เนื่องจากปัจจุบัน SMEs ประสบปัญหาสภาพคล่อง และเข้าถึงเงินกู้ได้ยากกว่าบริษัทใหญ่ ดังนั้นการเพิ่ม Credit Term และมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวจึงมีความจำเป็น ไม่เพียงแต่เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน แต่เพื่อช่วยให้ SMEs สามารถอยู่รอดได้

ทั้งนี้ โครงการ พี่ช่วยน้อง เป็นโครงการที่เปิดให้ SMEs นำคำสั่งซื้อจากบริษัทใหญ่ มาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำได้ โดยเป็นโครงการที่มี SMEs เข้าร่วมจำนวนมาก และมีประโยชน์ในการเสริมสภาพคล่องอย่างมาก

*แนะรัฐออกมาตรการกระตุ้นศก.ปลายปี เน้นหนุนท่องเที่ยว-กระจายรายได้

ส่วนกรณีที่โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) กำลังจะสิ้นสุดลงในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า เนื่องจากเป็นช่วงปลายปีแล้ว รัฐบาลจึงควรมีมาตรการเพิ่มเติมออกมา เพื่อช่วยขับเคลื่อนโมเมนตัมของเศรษฐกิจ โดยทิศทางที่ควรผลักดัน คือ ภาคการท่องเที่ยว เช่น โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส เข้ามาเสริม เพื่อช่วยกระจายรายได้ไปสู่เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มากขึ้น

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ