GULF หนุน PDP 2026 เพิ่มทางเลือกไฟฟ้า เปิดกว้าง Direct PPA รับคลื่นลงทุน Data Center

ข่าวเศรษฐกิจ Wednesday September 9, 2026 16:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

GULF หนุนภาครัฐเปิดเสรีพลังงานในร่าง PDP 2026 เผยผู้ใช้ไฟยุคใหม่ต้องการทั้ง ไฟเขียว และ ความมั่นคง แนะขยายขอบเขต Direct PPA ครอบคลุมเชื้อเพลิงอื่น แก้จุดอ่อน RE ผันผวน และเร่งเคาะอัตราค่าบริการ Third Party Access และ Direct PPA ให้โปร่งใส ทลายตอข้อกฎหมายเดิมเพื่อเปิดเสรีระบบไฟฟ้าอย่างแท้จริง

นายชัยชวิน ตันติยันกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจพลังงานภูมิภาคอาเซียน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ [GULF] เปิดเผยในงาน BIG ISSUE : PDP 2026 ENERGY GREEN POWER พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว ว่า รู้สึกตื่นเต้นกับทิศทางนโยบายของประเทศ ทั้งสัดส่วนพลังงานสะอาดในร่างแผน รวมถึงแนวนโยบายของกระทรวงพลังงานและสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ที่มุ่งเน้น การเปิดกว้าง ให้ระบบไฟฟ้ามีทางเลือกมากขึ้น

ในมุมมองของนักลงทุน เดิมกรอบแผน PDP สัดส่วนข้างในภาครัฐจะเป็นผู้กำหนด แต่ปัจจุบันกำลังเปิดกว้างในระดับโครงสร้างโดยผู้ใช้ไฟฟ้าก็สามารถเลือกเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าได้ นอกจากนี้ยังสามารถขายไฟฟ้าตรงให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าได้

เดิมทีสัดส่วนและการจัดหาไฟฟ้าในระบบภาครัฐเป็นผู้กำหนดทั้งหมด แต่วันนี้กลายเป็นว่า ผู้ใช้ไฟฟ้า มีส่วนในการกำหนดด้วย เช่น กลุ่ม Data Center เข้ามาวันแรกบอกอยากได้ไฟเขียว แต่วันนี้บอกว่าต้องการทั้งไฟเขียวและไฟที่มั่นคงด้วย ดังนั้น แม้ภาครัฐจะวางกรอบไว้ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับผู้มีส่วนร่วมจริงในตลาด นายชัยชวิน กล่าว

นอกจากนี้ในฐานะนักลงทุนยังมองเห็นโอกาสจากการขายไฟฟ้าตรงกับผู้ใช้ไฟฟ้าได้ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนโยบาย Direct PPA เน้นส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน RE แต่ละประเภทมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและความผันผวนต่างกัน เช่น แสงอาทิตย์ผลิตได้เพียงวันละ 45 ชั่วโมง, พลังงานลมในไทยส่วนใหญ่มาช่วงกลางคืน, ส่วนชีวมวลมีต้นทุนด้านเชื้อเพลิง (Feedstock) ทำให้ชั่วโมงที่เหลือผู้ใช้ไฟยังต้องพึ่งพาโครงข่ายหลัก ดังนั้นการพัฒนาระบบโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid) ของการไฟฟ้าจึงเป็นหัวใจสำคัญ อีกทั้ง ตนยังสนับสนุนแนวคิดที่อาจเปิดกว้างให้ Direct PPA ครอบคลุมเชื้อเพลิงอื่นนอกเหนือจาก RE เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงของผู้ใช้ไฟ

อย่างไรก็ตามในมุมของนักลงทุน ไม่ว่าภาครัฐจะเลือกทางเลือกไหน ก็มองว่าเกิดโอกาสทางธุรกิจขึ้นทั้งสิ้น เพราะมีการสร้างกำลังการผลิตใหม่ขึ้นมาตลอดเวลาอย่างเท่าเทียมกัน แต่เนื่องจากแผนนี้เป็นการประเมินบนฐานเทคโนโลยีที่เรารู้ในปัจจุบัน ขณะที่ในอีก 35 ปี หรือ 1020 ปีข้างหน้า พัฒนาการของเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าและเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอน (CCS) จะก้าวหน้าไปอีกมาก จึงเห็นด้วยว่าภาครัฐต้องมีการประเมินและติดตามแผนอย่างต่อเนื่อง (Continuous Monitoring) เพื่อรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น

สำหรับกลุ่มธุรกิจ Data Center ในแผน PDP2026 คาดการณ์ความต้องการไฟฟ้าใหม่ไว้ราว 6,0008,000 เมกะวัตต์ และในระยะยาวตลอดทั้งแผนจะมีเมกะวัตต์ใหม่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 100,000 200,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเปิดกว้างสำหรับโอกาสทางธุรกิจเสมอ อย่างไรก็ตามภาครัฐตั้งเป้าหมายอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยไว้ที่ประมาณ 4.004.50 บาทต่อหน่วย ซึ่งนักลงทุนจะใช้ตัวเลขนี้เป็นกรอบอ้างอิงในการเลือกเทคโนโลยีและทิศทางการพัฒนาโครงการ

นอกจากนี้ เอกชนกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าภาครัฐจะเคาะอัตราค่าบริการ Third Party Access ออกมาที่ระดับใด โดยเชื่อว่าหากภาครัฐจะส่งเสริมเรื่องนี้ ให้เกิดขึ้นจริงทั้งเรื่อง Direct PPA และ Third Party Access น่าจะเป็นอัตราที่มีความเหมาะสม และเป็นธรรม ทำให้เอกชนสามารถทำธุรกิจได้จริง

หากจะเปิดเสรีอย่างแท้จริง ราคา Third Party Access ต้องโปร่งใสและแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม หากการไฟฟ้าทำหน้าที่ผลิตเองและส่งผ่านโครงข่าย ก็ควรต้องจ่ายค่า Third Party Access ในมาตรฐานและอัตราเดียวกับที่ภาคเอกชนต้องจ่าย เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างแท้จริง

นายชัยชวิน ตันติยันกุล กล่าวถึง ทิศทางกรอบนโยบาย PDP 2026 ว่ายังมีข้อจำกัด หากกล่าวถึงการเปลี่ยนผ่าน หรือการเปิดเสรีด้านพลังงาน จำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบเดิมในอดีตที่เคยเป็นอุปสรรค ยกตัวอย่างเช่นการปฏิรูปการออกใบอนุญาต รวมทั้งกฎหมายต่าง ๆ ในบริบทที่เปลี่ยนไปปัจจุบัน ทั้งเรื่องของการเดินปักเสาพาดสาย

ซึ่งหากจะส่งเสริมให้เปิดเสรีต้องมีการปรับปรุง อย่างเช่นเรื่องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ที่มีการผ่อนปรนปลดล็อกขั้นตอนการขอใบอนุญาต แต่ก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่มองว่าสามารถปรับปรุงแก้ไขเพื่อที่จะสามารถเปิดเสรี เปิดกว้างให้กับทุกคน ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมทั้งเรื่องการใช้ไฟ เลือกผู้ซื้อไฟ และเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าได้ด้วย

นอกจากนี้ นายชัยชวิน ยังได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการคัดกรองโครงการ Data Center โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งในมุมมองของนักลงทุน เนื่องจากปัจจุบันการลงทุน Data Center มี Ghost Demand หรือมีการขอลงทุนจำนวนมาก แต่ผู้ที่ต้องการลงทุนจริงมีเพียงกลุ่มเดียว การมีกลไกคัดกรองทั้งในมิติของไฟฟ้า น้ำ สิ่งแวดล้อม และประโยชน์ที่จะตกแก่ประเทศ จะช่วยคัดสรรผู้ประกอบการที่ตั้งใจลงทุนจริง และทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ไม่ใช่การเข้ามาใช้ทรัพยากรเพื่อให้บริการผู้ที่อยู่นอกประเทศเท่านั้น

สำหรับประเด็นทางเลือกระหว่างการใช้ไฟฟ้าสีเขียวกับการนำเข้า LNG เพื่อป้อน Data Center นายชัยชวิน มองว่า ต้องเป็นการผสมผสาน โดยขึ้นอยู่กับระดับราคาค่าไฟฟ้าที่ Data Center ยอมรับได้ ซึ่งการเปิดทางเลือกให้ผู้ใช้ไฟจัดหาจากหลายแหล่ง ทั้ง Direct PPA, ชีวมวลที่เดินเครื่องแบบ Firm 24 ชม. และไฟฟ้าจากโครงข่ายจะช่วยตอบโจทย์ได้ตรงจุดที่สุด

โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน


แท็ก อาเซียน   access  

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ