ผลการศึกษาล่าสุดที่เผยแพร่ในวันนี้ (9 ก.ย.) ระบุว่า คุณแม่ที่รับประทานยาไทลินอล (Tylenol) หรือยาพาราเซตามอล (Acetaminophen) ระหว่างตั้งครรภ์ อาจส่งผลให้พัฒนาการของมดลูกและรังไข่ในทารกเพศหญิงมีขนาดเล็กลง อย่างไรก็ดี ทีมนักวิจัยย้ำว่า งานวิจัยนี้ยังไม่ได้พิสูจน์ว่ายาแก้ปวดดังกล่าวเป็นต้นเหตุโดยตรง และยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการมีบุตรของเด็กหญิงเมื่อเติบโตขึ้นในอนาคต
ดร. มาร์กิต บิสตรุป ฟิสเชอร์ หัวหน้าคณะนักวิจัยจากโรงพยาบาลริกส์ฮอสพิตาเล็ต (Rigshospitalet) ในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก แถลงว่า ยังจำเป็นต้องติดตามผลในระยะยาวต่อไปว่า ความแตกต่างของขนาดอวัยวะสืบพันธุ์ที่พบในเด็กทารกกลุ่มนี้ จะส่งผลต่อความสามารถในการมีบุตรหรือทำให้อายุการหมดประจำเดือนของเด็กเร็วขึ้นหรือไม่ พร้อมทั้งแนะนำว่า คุณแม่ที่เคยใช้ยาไทลินอลหรือพาราเซตามอลขณะตั้งครรภ์ไม่ควรตื่นตระหนกกับข้อค้นพบนี้
งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Human Reproduction Open โดยติดตามศึกษาทารกหญิงวัย 3 เดือน จำนวน 302 คน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามประวัติการใช้ยาของแม่ที่ตรวจวัดจากตัวอย่างปัสสาวะอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่
- กลุ่มที่สัมผัสยาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ช่วงก่อนอายุครรภ์ 17 สัปดาห์ (92 คน)
- กลุ่มที่สัมผัสยาหลังอายุครรภ์ 17 สัปดาห์ (67 คน)
- กลุ่มที่แม่ไม่ได้รับยาระหว่างตั้งครรภ์เลย (143 คน)
ข้อมูลพบว่า แม่กลุ่มที่ใช้ยานั้น รับประทานยาในปริมาณต่ำเพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะหรือปวดกล้ามเนื้อ และไม่มีรายใดใช้ยาเกินขนาดสูงสุดที่แพทย์แนะนำ (4,000 มิลลิกรัมต่อวัน)
ผลการตรวจเปรียบเทียบพบข้อแตกต่างที่สำคัญ ดังนี้
- ทารกเพศหญิงที่สัมผัสยาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ มีปริมาตรรังไข่เล็กลงเฉลี่ย 40%
- ปริมาตรมดลูกเล็กลงเฉลี่ย 13%
- จำนวนถุงไข่ในรังไข่ (Ovarian follicles ซึ่งเป็นถุงหุ้มเซลล์ไข่อ่อน) น้อยลงเฉลี่ย 23%
- มีระดับฮอร์โมนเพศต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่สัมผัสยา
- ทารกที่ได้รับยาตั้งแต่ช่วงก่อน 17 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ มีระดับฮอร์โมนแอนติ-มูลเลอเรียน (Anti-Mllerian hormone: AMH) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ปริมาณไข่สะสมในรังไข่ ต่ำกว่าปกติ
ทีมนักวิจัยอธิบายเพิ่มเติมว่า การทำงานและช่วงเวลาเจริญพันธุ์ของผู้หญิงจะถูกกำหนดขึ้นตั้งแต่ยังเป็นทารกอยู่ในครรภ์มารดา โดยเด็กหญิงจะเกิดมาพร้อมกับจำนวนไข่ทั้งหมดที่จะมีตลอดชีวิต ซึ่งก่อนหน้านี้การทดลองในสัตว์เคยชี้ว่า การสัมผัสยาพาราเซตามอลตั้งแต่ในครรภ์อาจส่งผลต่อปริมาณไข่สะสมในรังไข่ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีการตรวจพบข้อมูลที่สอดคล้องกันในมนุษย์
นอกจากนี้ คณะวิจัยยังได้ติดตามผลในกลุ่มเด็กหญิงอีก 1,210 คน ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยแรกรุ่น พบว่าเด็กที่ได้รับยาตั้งแต่ในครรภ์ยังคงมีขนาดมดลูกและรังไข่ที่เล็กกว่าเกณฑ์เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์
อย่างไรก็ตาม ดร. ฟิสเชอร์เน้นย้ำว่า งานวิจัยนี้ไม่สามารถนำมาทำนายผลลัพธ์เฉพาะเจาะจงกับเด็กเป็นรายบุคคลได้ เนื่องจากลูกสาวของแม่หลายคนที่กินยาช่วงตั้งครรภ์ ก็ยังมีขนาดรังไข่อยู่ในเกณฑ์ปกติดีเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป
ดร. ฟิสเชอร์ระบุว่า ปัจจุบันแนวทางเวชปฏิบัติยังคงแนะนำให้ยาพาราเซตามอลเป็นยาที่ปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะการปล่อยให้แม่มีไข้สูงหรือปวดรุนแรงโดยไม่ได้รับการรักษา จะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อทั้งตัวแม่และทารกในครรภ์มากกว่า
ด้าน ดร. คริสเตียน เด ไกเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบาเซิล (University Hospital of Basel) สวิตเซอร์แลนด์ ให้ความเห็นร่วมว่า ผลวิจัยนี้สอดคล้องกับข้อมูลในสัตว์ทดลอง จึงควรมีการติดตามผลเด็กกลุ่มนี้ไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน และเห็นควรให้ผู้เชี่ยวชาญเริ่มทบทวนคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยาดังกล่าวในหญิงตั้งครรภ์ใหม่อีกครั้ง
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เคยกล่าวอ้างว่าการใช้ยาไทลินอลช่วงตั้งครรภ์เชื่อมโยงกับภาวะออทิซึมในเด็ก แต่วงการแพทย์และองค์กรสาธารณสุขระดับโลกต่างออกมาปฏิเสธและชี้แจงแล้วว่า ข้ออ้างดังกล่าวไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์