สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงในวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ อาจทบทวนการเรียกเก็บภาษีทองแดง
ทั้งนี้ สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 34.10 เซนต์ หรือ -4.95% ปิดที่ 6.5475 ดอลลาร์ต่อปอนด์
ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาทบทวนแผนเรียกเก็บภาษีสินค้าทองแดงแปรรูปที่เคยส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากกังวลว่าเงินเฟ้อในระดับสูงจะเพิ่มต้นทุนให้กับภาคการผลิต ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม
ก่อนหน้านี้ ตลาดคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะขยายมาตรการภาษีให้ครอบคลุมทองแดงแปรรูปเพิ่มเติมจากผลิตภัณฑ์ทองแดงกึ่งสำเร็จรูป ส่งผลให้ราคาทองแดงในตลาดโลกพุ่งขึ้น และเกิดการเร่งนำทองแดงเข้าสู่อเมริกาเหนือ
อย่างไรก็ตาม ภาวะอุปทานทองแดงทั่วโลกที่ตึงตัวจากการขาดแคลนกรดซัลฟิวริกและผลผลิตเหมืองที่ลดลงยังเป็นปัจจัยหนุนราคาทองแดง
ตลาดทองแดงทั่วโลกยังเผชิญภาวะขาดแคลนกรดซัลฟิวริก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับโรงถลุงทองแดงรายใหญ่ โดยแรงกดดันด้านอุปทานจากประเทศสมาชิกกลุ่มความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ส่งผลให้จีนระงับการส่งออกกรดซัลฟิวริก
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ส่วนต่างราคาทองแดงระยะใกล้กับสัญญาระยะยาว (backwardation) ปรับตัวสูงขึ้นในตลาดทองแดงหลักของฝั่งตะวันตก
ด้านอุปทานจากเหมืองทองแดงก็ลดลงด้วยเช่นกัน โดย Codelco และ Freeport-McMoRan รายงานผลผลิตลดลงในระดับเลขสองหลัก ขณะที่ก่อนหน้านี้ International Copper Study Group ระบุว่า ผลผลิตทองแดงทั่วโลกลดลง 1.1% ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช