นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรฟท. มีมติอนุมัติขยายเวลาทำการตามสัญญาและแก้ไขสัญญาจ้างก่อสร้าง โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 4-3 งานโยธาสำหรับช่วงนวนคร-บ้านโพ ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลา ครั้งที่ 4 ออกไปอีก 239 วัน โดยทำให้สัญญาไปสิ้นสุด ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2570 พร้อมทั้งปรับผังการเชื่อมประสานงานก่อสร้าง (Key Date) ให้สอดคล้องกับระยะเวลาสัญญาที่ขยาย
สาเหตุที่ต้องขยายเวลาสัญญา เนื่องจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ก่อสร้าง โดยเฉพาะบริเวณอำเภอบางปะอินและอำเภพระนครศรีอยุธยา ทำให้ผู้รับจ้างไม่สามารถเข้าพื้นที่และดำเนินงานได้ตามแผน โดยช่วงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ระยะทางประมาณ 10.52 กิโลเมตร หรือร้อยละ 45.81 ของความยาวโครงการ ซึ่งกระทบงานโครงสร้างทางยกระดับ งานอาคาร (Part A) และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน
สำหรับงานสัญญาที่ 4-3 งานโยธาสำหรับช่วงนวนคร-บ้านโพ ระยะทาง 23 กม. วงเงินค่าจ้าง 11,525,350,500 บาท มี : บจ. กิจการร่วมค้า ซีเอเอ็น เป็นผู้รับจ้าง ปัจจุบันก่อสร้างคืบหน้า 69 % สัญญามีกำหนดระยะเวลาดำเนินงานตามสัญญาภายใน 1,080 วัน นับจากวันที่แจ้งให้เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2564 ครบกำหนดวันที่ 13 สิงหาคม 2567
จากนั้น ได้มีการขยายสัญญาแล้ว 2 ครั้ง
ครั้งที่ 1 จำนวน 163 วัน สิ้นสุดวันที่ 23 มกราคม 2568
ครั้งที่ 2 จำนวน 452 วัน สิ้นสุดวันที่ 20 เมษายน 2569
ครั้งที่ 3 ได้มีการปรับกำหนดสิ้นสุดสัญญาหลักเป็นวันที่ 29 พฤศจิกายน 2569
การขยายระยะเวลาในครั้งนี้ ไม่มีการเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้าง และผู้รับจ้าง ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าใช้จ่าย ค่าทดแทน หรือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม จากการขยายเวลา รวมทั้งการรถไฟฯ ไม่เสียประโยชน์จากการขยายระยะเวลา
*ตีกลับเพิ่มงบ สัญญา 3-4 และ 3-2 อีกกว่า 2 พันลบ.
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแก้ไขสัญญาโดยปรับมูลค่าก่อสร้างสัญญา 3-4 งานโยธาสำหรับช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด และสัญญา 3-2 งานโยธาสำหรับงานอุโมงค์ (มวกเหล็กและลำตะคอง) สัญญาละประมาณ 1,000 ล้านบาท เนื่องจากมีทำงานเกินจากสัญญา จากสภาวะหน้างานจริงที่แตกต่างจากแผนที่สำรวจไว้ โดยเฉพาะทางธรณีวิทยา ซี่งส่วนใหญ่เป็นงานฐานราก งานเสาเข็มที่ก่อต้องเปลี่ยนไปตามสภาพจริง ทำให้ต้องใช้วัสดุ และปริมาณงานเกินจากสัญญา
ทั้งนี้ บอร์ดรฟท. ยังไม่อนุมัติปรับวงเงินทั้งสองสัญญา โดยให้รฟท.กลับไปตรวจสอบรายละเอียดขั้นตอน เพื่อความรอบคอบอีกครั้ง เบื้องต้นได้หารือสำนักงบประมาณสำนักงานบริหารหนี้ (สบน.) รวมถึงตรวจสอบวงเงินที่เพิ่มขึ้นว่าไม่เกินจาก กรอบวงเงินค่างานโยธาของโครงการที่ 116,000 ล้านบาท และ หลักการ ไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่าจะเสนอเข้าบอร์ดอีกครั้งในการประชุมครั้งหน้า
โดย คคฦ/รัชดา คงขุนเทียน