อีฟ แอนด์ บอยยื่นไฟลิ่งขาย IPO ราว 170.35 ล้านหุ้นเข้า SET ใช้เร่งสปีดขยายสาขาหวังโตต่อเนื่อง

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday September 11, 2026 09:36 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บมจ. อีฟ แอนด์ บอย [EB] ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ 69-1) และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนรวมไม่เกิน 170,354,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยม บล.กสิกรไทย เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

EB และบริษัทย่อย ประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าด้านความงามและสุขภาพภายใต้แบรนด์ EVEANDBOY และธุรกิจทีเกียวข้อง โดยมีช่องทางการจําหน่ายหลัก 2 ช่องทาง ได้แก่ (1) ช่องทางออฟไลน์ผ่านร้านค้าสาขาของกลุ่มบริษัทฯ และ (2) ช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของบริษัทฯ รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (Marketplace) และแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซ (Social Commerce)

ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทมีสาขารวมทั้งสิ้น 71 สาขา ครอบคลุมกรุงเทพมหานครและจังหวัดสําคัญทั่วประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและกําลังซื้อของผู้บริโภค โดยมีเป้าหมายที่จะขยายสาขาเป็น 320 สาขาภายในปี 2574 ทั้งในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวมถึงจังหวัดหัวเมืองต่างๆ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ทั้งในรูปแบบสาขาภายในศูนย์การค้า (Community Mall) สาขาภายในห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น (Local Shopping Mall) สาขาภายในห้างสรรพสินค้าเครือข่าย (Chain Shopping Mall) และสาขานอกศูนย์การค้า (Standalone)

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม Omni Channel เพื่อทำสื่อการตลาดในรูปแบบ 360 เช่น การประกาศโฆษณาสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook Instagram และ Tiktok การจ้างอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) และ Key Opinion Leader เพื่อรีวิวสินค้าร่วมกับแบรนด์ เป็นต้น

กลุ่มบริษัทฯ มุ่งเสริมสร้างความเป็นผู้นําในธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ โดยวางตําแหน่งทางการตลาดให้
EVEANDBOY เป็นจุดหมายปลายทางด้านความงามและสุขภาพ (Beauty Destination) ที่ได้รับการนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ
ของผู้บริโภค (Top-of-Mind Brand) ผ่านการนําเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า และตอบสนองต่อ
ความต้องการรวมถึงแนวโน้มด้านความงามและสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทฯ จําหน่ายสินค้าครอบคลุม 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) เครื่องสําอาง
(Make-up) น้ำหอม (Fragrance) และผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล (Personal Care) โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่ม
บริษัทฯ มีสินค้าจําหน่ายรวมมากกว่า 24,000 หน่วยเก็บสินค้า (SKUs)

ผลประกอบการย้อนหลังบันทึกการเติบโตของรายได้รวมอย่างโดดเด่น ปี 2566 รายได้รวม 3,291.70 ล้านบาท ปี 2567 รายได้รวม 4,425.71 ล้านบาท (+34.45% YoY) ปี 2568 รายได้รวม 5,339.27 ล้านบาท (+20.64% YoY) งวด 6 เดือนแรกปี 2569 รายได้รวม 2,762.52 ล้านบาท (+16.54% YoY จาก 2,370.39 ล้านบาท)

ด้านกำไรสุทธิ ปี 2566-2568 เท่ากับ 747.5 ล้านบาท 1,101.5 ล้านบาท และ 1,218.7 ล้านบาท ตามลําดับ

ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นปรับปรุง (Adjusted Gross Margin) ขยับขึ้นต่อเนื่อง จาก 37.17% ในปี 2566 เป็น 38.71% ในปี 2568 และเพิ่มเป็น 40.38% ในงวด 6 เดือนแรกปี 2569 เป็นผลจากการปรับสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง (High Margin Products) และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากข้อตกลงทางการค้ากับคู่ค้า เช่น ค่าเช่าพื้นที่ชั้นวางสินค้าและค่าสนับสนุนการเปิดสาขาใหม่

โตรงสร้างผู้ถือหุ้นหลัก ณ วันที่ 1 ก.ย.2569 นายปริญญา วะนะศุข ถือหุ้น 132,194,400 หุ้น คิดเป็น 25.94% หลัง IPO จะลดสัดส่วนเหลือ 19.44% บริษัท อัลติม่า บีพี โฮลดิง จํากัด 170,020,000 หุ้น คิดเป็น 33.36% จะลดเหลือ 25.00% Ultimate Bliss Holdings Limited 60,000,000 หุ้น คิดเป็น 11.77% จะลดเหลือ 8.82% และนายหิรัญ ตันมิตร 143,285,600 หุ้น คิดเป็น 28.11% จะลดเหลือ 21.07%

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกําไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการภาย
หลังหักเงินสํารองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กําหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ