ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดร่วง 1.93% จากแรงกดดันราคาน้ำมันดิบพุ่ง-บอนด์ยีลด์ดีดตัว

ข่าวต่างประเทศ Friday September 11, 2026 14:48 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันนี้ (11 ก.ย.) โดยดัชนีดิ่งลงกว่า 3% ในช่วงสั้น ๆ ระหว่างวัน หลังจากสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสพุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นยังจุดกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดตลาดที่ระดับ 64,011.34 จุด ลดลง 1,259.61 จุด หรือ -1.93%

กลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด ได้แก่ หุ้นกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดจนกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส [WTI.X] ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสำคัญทางจิตวิทยาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพ.ค. ท่ามกลางภาวะที่ยังไร้สัญญาณบ่งชี้ว่าการขนส่งน้ำมันผ่านภูมิภาคตะวันออกกลางจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ มีรายงานว่ากลุ่มกบฏฮูตีซึ่งมีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน ได้เข้ายึดเมืองท่าโมคา (Mocha) ริมทะเลแดง ซึ่งเพิ่มความวิตกกังวลว่าปัญหาการหยุดชะงักของการเดินเรืออาจขยายวงกว้างขึ้น

ดีลเลอร์กล่าวว่า ความวิตกกังวลของตลาดยังเพิ่มขึ้นจากรายงานข่าวที่ปรึกษาระดับสูงของทำเนียบขาว ซึ่งรวมถึง เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งเป็นการส่วนตัวต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่า ความขัดแย้งดังกล่าวอาจยืดเยื้อต่อเนื่องเกินกว่าวาระการดำรงตำแหน่งของเขา

ขณะเดียวกัน การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความวิตกกังวลด้านเงินเฟ้ออันเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลังการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) นั้น ยังได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโตเกียวเช่นกัน

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนอ้างอิง ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 3.000% ในช่วงสั้น ๆ หรือเพิ่มขึ้น 0.090% จากระดับปิดของวันพฤหัสบดี หลังจากที่เคยพุ่งทะลุระดับ 3% เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงนำตลาด อย่างไรก็ดี ตลาดสามารถลดช่วงลบลงได้บางส่วนในช่วงบ่าย เนื่องจากมีแรงซื้อกระจายไปยังกลุ่มอื่น ๆ รวมถึงหุ้นกลุ่มการเงินที่ได้รับประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนแรงช้อนซื้อในหุ้นกลุ่มยานยนต์ที่เผชิญแรงกดดันก่อนหน้านี้

โทชิคาซุ โฮริอูจิ นักกลยุทธ์ตลาดทุนจากบริษัทหลักทรัพย์ อิวาอิ คอสโม กล่าวว่า แม้ก่อนหน้านี้จะมีมุมมองว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจไม่ส่งผลกระทบมากนักต่อหุ้นกลุ่ม AI และชิป แต่หุ้นกลุ่มนี้ก็ถูกเทขายออกมาอีกครั้งเมื่อมีปัจจัยลบเกิดขึ้น เนื่องจากราคาหุ้นยังไม่สามารถสร้างทิศทางขาขึ้นที่มั่นคงได้

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ