ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.05 คาดกรอบต้นสัปดาห์หน้า 32.90-33.15 ลุ้นตัวเลข CPI สหรัฐคืนนี้

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday September 11, 2026 17:37 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

เงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.05 บาท/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าเปิดตลาดที่ระดับ 33.15 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า วันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.02 33.17 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนพอสมควร ในขณะที่สกุลเงินในภูมิภาคส่วนใหญ่ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

บาทวันนี้ผันผวนพอสมควร เคลื่อนไหวตรงข้ามราคาน้ำมันโลก ที่ช่วงบ่ายราคาน้ำมันย่อตัวลง ส่วนสกุลเงินในภูมิภาคส่วนใหญ่อ่อนค่า นักบริหารเงิน ระบุ

โดยคืนนี้ ตลาดรอดูสหรัฐฯ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนส.ค. หรือเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภค ซึ่งเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะนำไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจว่าจะปรับดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมสัปดาห์หน้าหรือไม่ หลังจากที่เมื่อคืนนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) หรือเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตของสหรัฐ ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด

นักบริหารเงิน คาดว่า เงินบาทในช่วงต้นสัปดาห์หน้า จะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.90 33.15 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

เงินเยน อยู่ที่ระดับ 154.10 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 154.28 เยน/ดอลลาร์

เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1597 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1610 ดอลลาร์/ยูโร

ดัชนี SET ปิดที่ 1,604.52 จุด ลดลง 10.55 จุด (-0.65%) มูลค่าซื้อขาย 71,213.01 ล้านบาท

สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 3,149.22 ล้านบาท

ทริสเรทติ้ง ประเมินว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย จะยังคงเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึงจนถึงปี 2570 โดยการลงทุน และการส่งออก จะยังคงขยายตัวสูงกว่าการบริโภคภาคเอกชนต่อไป พร้อมปรับเพิ่มประมาณ GDP ปี 2569 เป็น 2.0% จาก 1.8% ส่วนปี 2570 จะปรับตัวดีขึ้นเป็น 2.2%

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) อนุมัติส่งเสริมการลงทุน 3 โครงการขนาดใหญ่ มูลค่ารวม 9,640 ล้านบาท ได้แก่ กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม, การผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกปลอดเชื้อ และ การผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกยังมีความยืดหยุ่น แม้เผชิญสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานาน 6 เดือน แต่ความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ยังอยู่ในระดับสูง

ความตึงเครียดทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่รุนแรงขึ้น รวมถึงความกังวลก่อนการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ ได้กดดันตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ทำให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้บิตคอยน์ ร่วงลง 1.7% แตะ 77,197.60 ดอลลาร์ และลดลง 3% แล้วในสัปดาห์นี้ สิ้นสุดการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 3 สัปดาห์

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในสัปดาห์หน้า และอาจส่งสัญญาณว่าจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะสูงเกินเป้าหมาย

ตลาดกำลังปรับสถานะ เพื่อรับมือกับความเป็นไปได้ที่ทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ขณะที่ข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ที่เปิดเผยในสัปดาห์นี้ และออกมาสูงกว่าคาด ยิ่งเพิ่มความคาดหมายว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569 โดยคาดว่าความต้องการน้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 380,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการปรับลดตัวเลขคาดการณ์ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5

รมว.คลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะคว่ำบาตรธนาคารรายใหญ่แห่งหนึ่งในสัปดาห์หน้า ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน เพื่อให้อิหร่านยุติสงครามกับสหรัฐฯ ที่ดำเนินมานานกว่า 6 เดือน

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ