ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (14 ก.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงันได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเช้านี้ หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งเป็นเส้นทางเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่นักลงทุนวิตกกังวลถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (ฺBOJ) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 63,659.53 จุด ลดลง 351.81 จุด หรือ -0.55%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,701.18 จุด ลดลง 104.45 จุด หรือ -0.42%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,867.02 จุด ลดลง 21.09 จุด หรือ -0.54%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 2.92%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียขยับขึ้น 0.16%
ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] พุ่งขึ้น 2.8% แตะระดับ 102.87 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้น 3.1% แตะระดับ 107.87 ดอลลาร์/บาร์เรล ในช่วงเช้านี้ หลังจากซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline หลังจากถูกโจมตีด้วยโดรนที่มาจากอิรักเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.ย.) ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับท่อส่งน้ำมันแห่งนี้ โดยกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียระบุว่า การปิดท่อส่งน้ำมันเป็นมาตรการป้องกัน พร้อมระบุว่าโดรนมีต้นทางจากอิรัก ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลซาอุดีอาระเบียไม่ได้เปิดเผยขนาดของความเสียหาย หรือระยะเวลาที่ท่อส่งน้ำมันจะปิดทำการ ด้านรัฐบาลอิรักได้สั่งปลดผู้บัญชาการทหารที่รับผิดชอบปฏิบัติการในจังหวัดเมย์ซาน และเปิดปฏิบัติการเพื่อติดตามผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตี
ส่วนการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอ่าวอาหรับและอิหร่านซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันนี้ (14 ก.ย.) ที่เมืองซาลาลาห์ ประเทศโอมาน ได้ถูกเลื่อนออกไป หลังเกิดเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบีย
การประชุมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหารือเกี่ยวกับการทำข้อตกลงชั่วคราวในการกำกับดูแลการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และถือเป็นความพยายามของโอมานและอิหร่านที่จะทำข้อตกลงในการกำกับดูแลการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อลดความตึงเครียดและฟื้นฟูการสัญจรทางทะเล
นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดและ BOJ ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั้งสองแห่งอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของจีนในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ย.) ซึ่งรวมถึงราคาบ้านเดือนส.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค., ยอดค้าปลีกเดือนส.ค., การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเดือนส.ค. และอัตราว่างงานเดือนส.ค.
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข