นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ (พ.ร.ก.กู้เงินฯ) วงเงิน 4 แสนล้านบาท เปิดเผยว่า คณะกรรมการกลั่นกรองฯ จะนัดประชุมกันภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่ากระทรวงการคลัง จะนำเสนอรายละเอียดการต่ออายุโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน มาให้คณะกรรมการฯ พิจารณา ส่วนเงื่อนไขของโครงการจะเป็นอย่างไรนั้น อยู่ที่กระทรวงการคลัง จะเป็นผู้เสนอรายละเอียดเข้ามา
ทั้งนี้ แม้จะเป็นการต่ออายุโครงการเดิม แต่ก็จำเป็นต้องเสนอรายละเอียดการพิจารณาการใช้จ่ายเงินเข้ามาให้คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาใหม่ตามกระบวนการ ซึ่งโดยหลักการแล้ว จะต้องเป็นการใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ส่วนแรก วงเงิน 2 แสนล้านบาท เพื่อการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนจากผลกระทบด้านพลังงาน ซึ่งปัจจุบันยังเหลือวงเงินในก้อนนี้อีกกว่า 4 หมื่นล้านบาท
หากต่ออายุ ก็น่าจะรองรับได้ประมาณ 1 เดือน เพราะปัจจุบัน โครงการไทยช่วยไทย พลัส ใช้วงเงินรองรับเฉลี่ยเดือนละ 4 หมื่นกว่าล้านบาท แต่หากไม่พอ ก็สามารถโยกเม็ดเงินจากวงเงินกู้ในส่วนที่ 2 วงเงิน 2 แสนล้านบาท เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศมาดำเนินการได้ เพราะกฎหมายเปิดกว้างในส่วนนี้ นายลวรณ กล่าว
พร้อมระบุว่า หากต้องการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมมากกว่านั้น ก็ต้องมาพิจารณาว่าจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขโครงการอย่างไร ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อเสนอของกระทรวงการคลัง โดยอาจขยายเวลามากกว่า 1 เดือนก็เป็นได้
นายลวรณ กล่าวว่า จากสมมติฐานเดิม มองว่าเหตุความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะยุติลงภายในเวลา 4 เดือน แต่ในความเป็นจริง สถานการณ์ดังกล่าวยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน และกลับมาสู้รบกันใหม่อีกรอบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับขึ้นไปสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลอีกครั้ง ซึ่งประเด็นนี้ ก็อาจเป็นเหตุผลที่ให้มีการต่ออายุโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ออกไปจากที่จะสิ้นสุดในเดือนก.ย.นี้ได้
โดยหากที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ ได้พิจารณาแล้ว ก็จะต้องนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติโดยเร็ว ก่อนที่โครงการจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. นี้ เพราะหากรัฐบาลต้องการต่ออายุโครงการดังกล่าวจริง ก็ไม่ควรจะให้โครงการมีรอยต่อ แต่ควรจะเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์