กลุ่ม ปตท.แสดงศักยภาพบนเวทีโลกในงาน Gastech 2026 ชูโครงสร้างพื้นฐาน 100% Reliability พร้อมขยายพอร์ต LNG โลก 4 เท่าภายในปี 78

ข่าวหุ้น-การเงิน Monday September 14, 2026 17:06 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

บมจ.ปตท. [PTT] ในฐานะเจ้าภาพร่วมงาน Gastech 2026 จัดแสดงนิทรรศการนำเสนอศักยภาพด้านพลังงาน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ พร้อมเปิดพื้นที่เชื่อมโยงความร่วมมือกับพันธมิตรจากทั่วโลก ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค กรุงเทพฯ นอกจากนี้ ผู้บริหารกลุ่ม ปตท. รับเชิญร่วมแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีระดับโลกในประเด็นสำคัญ ทั้งก๊าซธรรมชาติและ LNG ความมั่นคงทางพลังงาน และความยั่งยืน สะท้อนถึงการยอมรับในองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของ ปตท. ในอุตสาหกรรมพลังงานระดับโลก พร้อมตอกย้ำบทบาทในการนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดนิทรรศการกลุ่ม ปตท. ในงาน Gastech 2026 โดยมี นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. [PTT] นายบัณฑิต ธรรมประจําจิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ PTT นำทีมคณะผู้บริหารกลุ่ม ปตท. ให้การต้อนรับ

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT เปิดเผยว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และบริบทการค้าโลกที่ยากต่อการคาดการณ์ ปตท. ในบทบาททั้งรัฐวิสาหกิจและบริษัทจดทะเบียนไทย จึงให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ควบคู่กับการรักษาการเติบโตของธุรกิจเพื่อดูแลผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น ภายใต้หลักความสมดุลด้านพลังงาน 3 มิติ (Energy Trilemma) ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน (Security) ราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้และภาคธุรกิจแข่งขันได้ (Affordability and Competitiveness) และความยั่งยืน (Sustainability) ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน

โดยก๊าซธรรมชาติและ LNG เป็น Destination Fuel ที่มีบทบาทในระบบพลังงานระยะยาว ช่วยเสริมความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า ทำให้สามารถเพิ่มพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมั่นคง ปตท. ให้ความสำคัญกับการกระจายแหล่งจัดหา LNG การบริหารพอร์ตสัญญา และเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศ เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการปล่อยมีเทน และพัฒนาเทคโนโลยี CCS พร้อมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมลดคาร์บอน รองรับการลงทุนใหม่ และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero Emissions ของประเทศ

สำหรับงาน Gastech 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงผู้นำและผู้มีบทบาทในอุตสาหกรรมพลังงานจากทั่วโลก เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ขยายเครือข่ายพันธมิตร และต่อยอดความร่วมมือ เพื่อร่วมกันรับมือกับความท้าทายด้านพลังงาน โดยเฉพาะประเทศในอาเซียนที่มีเครือข่ายก๊าซธรรมชาติที่เชื่อมโยงกัน ผ่านระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติข้ามพรมแดนและโครงสร้างพื้นฐาน LNG ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหาและแลกเปลี่ยนพลังงาน เสริมความสามารถในการรับมือกับความผันผวน และยกระดับความมั่นคงทางพลังงานของภูมิภาคร่วมกัน โดยผู้บริหารกลุ่ม ปตท. ได้ร่วมถ่ายทอดมุมมองและแสดงวิสัยทัศน์บนเวทีระดับโลก นำเสนอศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพื่อสนับสนุนบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือและการเชื่อมโยงด้านพลังงานของภูมิภาค

ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท. มีศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำ โดย บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) [PTTEP] ขยายการลงทุนในประเทศต่างๆ รวม 10 ประเทศทั่วโลก ก๊าซธรรมชาติที่ ปตท.สผ. ผลิตได้จากแหล่งในประเทศและประเทศข้างเคียง ถูกส่งผ่านระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ปตท. ทั้งบนบกและในทะเล รวมกว่า 4,500 กิโลเมตร ที่เชื่อมต่อ LNG Terminal ทั้ง 2 แห่ง โดยบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด หรือ PTTLNG มีศักยภาพรองรับการนำเข้า จัดเก็บ และแปรสภาพ LNG ให้เป็นก๊าซธรรมชาติถึง 19 ล้านต้นต่อปี ที่สามารถรักษาความพร้อมและ Reliability ในระดับ 100% เพื่อรองรับการจัดหาและส่งมอบพลังงานให้แก่ภาคไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม และภาคเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงและการค้า LNG ของภูมิภาค (Regional LNG Hub)

อีกทั้ง ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ปตท. ดำเนินธุรกิจการค้าสากลเต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายการค้าในต่างประเทศที่เข้มแข็ง มีสำนักงานกระจายอยู่กว่า 6 แห่ง ในจุดยุทธศาสตร์หลักครอบคลุมเครือข่ายการค้ากว่า 80 ประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานแสวงหาโอกาสทางการค้า สร้างมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าในตลาดสากลของกลุ่ม ปตท. พร้อมต่อยอดศักยภาพสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในธุรกิจ LNG ระดับโลก (Global LNG Player) โดยเร่งขยาย LNG Portfolio Volume สู่เป้าหมาย 3.7 ล้านตันในปี 2569 และขยายเป็น 10 ล้านตันในปี 2573 และ 15 ล้านตัน ภายในปี 2578 นอกเหนือจากการจัดหา LNG ผ่านสัญญาระยะยาวของกลุ่ม ปตท. เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ในประเทศปริมาณรวม 6.2 ล้านตันต่อปี

นอกจากนี้ โครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage หรือ CCS) ในแหล่งก๊าซธรรมชาติ โครงการอาทิตย์ ซึ่งสามารดักจับและอัดกลับคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงสุด 1 ล้านตันต่อปี มีความสำคัญในฐานะโครงการ CCS แรกของไทย โดย ปตท.สผ. ประกาศตัดสินใจขั้นสุดท้ายไปเมื่อปี 2568 เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาโครงการ CCS ในพื้นที่อื่นๆ และ ปตท. ยังได้พัฒนาโครงการ Industrial Spark หรือ I-SPARK คือแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (Sandbox) โดยบูรณาการโครงการพลังงานสะอาดและโครงการลดก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่จังหวัดระยองให้เกิดเป็นระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ มุ่งต่อยอดและสร้างคุณค่าร่วมจากธุรกิจของกลุ่ม ปตท. เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เสริมศักยภาพการแข่งขันและสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจใหม่กลุ่ม ปตท. รวมถึงพัฒนา Total Solution for Industrial Sustainability โซลูชันที่ผสานเทคโนโลยี IoT, Data Science และ AI เพื่อช่วยยกระดับการให้บริการพลังงานสำหรับภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ Smart Energy Management เพิ่มประสิทธิภาพและลดการปล่อยคาร์บอน สนับสนุนบทบาทของก๊าซธรรมชาติในฐานะ Destination Fuel ขับเคลื่อนประเทศไทยและภูมิภาคไปสู่อนาคตพลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ