นายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานกรรมการ บริษัท ซีเจ เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ร้านค้าปลีก CJ MORE กล่าวว่า แผนการนำธุรกิจ CJ MORE เข้าตลาดหุ้นนั้น แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีการเลื่อนแผนเข้าตลาดหุ้นไทยออกไป แต่บริษัทก็ยังคงเป้าหมายเข้าตลาดหุ้นในปี 72 แต่อยู่ระหว่างพิจาณาว่าจะเข้าตลาดหุ้นไทย หรือตลาดหุ้นต่างประเทศ เพราะในช่วงที่ผ่านมาก็มีตลาดหุ้นจากต่างประเทศชักชวนให้ไปจดทะเบียนหลายตลาด เช่น ตลาดหุ้นฮั่งเซง (HSX) ของฮ่องกง ตลาดหุ้นสิงคโปร์ (SGX) และตลาดหุ้น NASDAQ ของสหรัฐ
นอกจากนี้การที่ธุรกิจ CJ MORE หากมีการพิจารณาไปเข้าอยู่ในตลาดหุ้นต่างประเทศ ก็ต้องดูว่าเมื่อไปในตลาดหุ้นประเทศนั้นๆ แล้ว แบรนด์ของ CJ MORE เป็นที่รู้จักของนักลงทุนหรือไม่ เพราะหากมองในแง่ของนักลงทุนสถาบันก็ถือว่าแบรนด์ CJ MORE เป็นที่รู้จักแล้ว แต่นักลงทุนทั่วไปในประเทศนั้นๆ อาจจะไม่รู้จัก ต้องคำนึงในปัจจัยพิจาราณานี้มาประกอบด้วย
ส่วนโอกาสการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยนั้น นายเสถียร ยอมรับว่าตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันก็ยังมีความน่าสนใจมากขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา จากที่เห็นเม็ดเงินลงทุนที่เข้ามามีมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทเองก็ไม่ได้คาดคิดมาก่อน จึงยังไม่ได้ปิดโอกาสที่จะเข้าตลาดหุ้นไทย เป็นเรื่องที่ทีมผู้บริหารของบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษา
ปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้ตัดสินใจในประเด็นนี้ เพราะต้องการโฟกัสขยายการเติบโตให้กับธุรกิจของ CJ MORE ท่ามกลางความท้าทายของภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวกลับมาดีนัก กำลังซื้อชะลอตัว ประกอบกับ ปัจจัยภายนอกมีความไม่แน่นอน และส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าครองชีพของประชาชน ทำให้คนอยู่ในโหมดประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นความท้าทายในด้านของการวางแผนสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจของบริษัทบ้าง
ขณะที่การดำเนินธุรกิจของกลุ่ม บมจ.คาราบาว กรุ๊ป [CBG] ซึ่งนายเสถียร ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และธุรกิจ CJ MORE ยังคงเดินหน้าอย่างระมัดระวัง แม้ว่า CBG จะไม่มีหนี้ และธุรกิจ CJ MORE ก็มีหนี้ไม่มากก็ตาม แต่ต้องระวังความผันผวน เน้นการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเช่นในช่วงนี้ที่ราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวสูงขึ้น ก็ต้องจัดการต้นทุนขนส่งให้มีประสิทธิภาพ และราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกระทบต่อธุรกิจไม่มาก โดยขณะนี้มีผลกระทบต่อต้นทุนของธุรกิจ CJ MORE และกลุ่ม CBG เพียง 0.5% ถือว่าเป็นระดับที่ยังบริหารจัดการได้
นายเสถียร กล่าวว่า เป้าหมายทางธุรกิจของ CJ MORE ในปี 69 ตั้งเป้ายอดขาย 8 หมื่นล้านบาท ยังมั่นใจทำได้ตามเป้าหลังจากช่วง 8 เดือนแรกทำยอดขายไปแล้ว 5-6 หมื่นล้านบาท และปี 70 ตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นไปแตะ 1 แสนล้านบาท โดยจะมีการขยายสาขาเพิ่มอีก 700 สาขา จากปีนี้ขยายไป 500 สาขา ณ สิ้นปี 69 คาดว่าจะมีสาขารวม 2,500 สาขาทั่วประเทศ จากปัจจุบันที่มี 2,100 สาขา
ปัจจุบันจำนวน Traffic ของผู้ใช้บริการในร้าน CJ MORE เฉลี่ย 100,000 คน/วัน/สาขา และมีจำนวนฐานสมาชิก 12-13 ล้านคน โดยที่ในช่วงปลายปี 69 และปี 70 บริษัทจะมุ่งเน้นการขยายสาขาในจังหวัดทางภาคใต้มากขึ้น หลังจากที่ปลายปีนี้จะมีการเปิดสาขาในภูเก็ต และจะทยอยขยายในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติม
ส่วนเงินลงทุนในการขยายสาขาของธุรกิจซีเจเฉลี่ยอยู่ที่ 9-10 ล้านบาท/สาขา ยังไม่รวมกับเงินลงทุนที่ใช้ลงทุนการขยายคลังสินค้าแห่งใหม่ โดยในปี 70 อาจจะมีการพิจารณาว่าจะลงทุนขยายคลังสินค้าในภาคเหนือหรือภาคใต้เพิ่มเติม ซึ่งเป็นภูมิภาคที่บริษัทมีการขยายไปค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา และช่วงปีหน้า
ด้านธุรกิจในกลุ่มของ CBG ปัจจุบันยังไม่มีแผนการพิจารณาใดๆเกี่ยวกับธุรกิจในกัมพูชา แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นข่าวว่าผู้ประกอบการไทยหลายรายเริ่มทยอยถอนการลงทุนออกมาจากกัมพูชากันค่อนข้างมากแล้ว แต่ในส่วนของ CBG ในขณะนี้ยังไม่การพิจารณาแผนการใดๆเกี่ยวกับธุรกิจในกัมพูชา
ล่าสุด CJ MORE เดินหน้าสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กและสินค้าดีจากชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ ผ่านโครงการ CJ STAR ของดี ติดดาว โครงการที่มุ่งค้นหาและยกระดับสินค้าของดีจากท้องถิ่น ให้ก้าวไปสู่ตลาดที่กว้างขึ้น โดย CJ MORE จะทำหน้าที่เป็นทั้ง ผู้ค้นหาและผู้สนับสนุน ด้วยการลงพื้นที่เพื่อค้นหาสินค้าที่มีศักยภาพจากผู้ประกอบการรายเล็ก ก่อนนำมาพัฒนาต่อยอดให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดในวงกว้าง ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน รูปลักษณ์สินค้า และบรรจุภัณฑ์
ขณะเดียวกันยังถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลัง คุณค่า และความตั้งใจของคนทำของดี รวมถึงเปิดพื้นที่ให้สินค้าได้พบกับผู้บริโภคผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายของ CJ MORE โดยเริ่มต้นผ่านเครือข่ายร้าน CJ MORE กว่า 538 สาขา ในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก และพร้อมเดินหน้าขยายโอกาสอย่างต่อเนื่องไปยังเครือข่ายร้าน CJ MORE ที่เปิดให้บริการแล้วกว่า 2,100 สาขา ครอบคลุมกว่า 60 จังหวัดทั่วประเทศ
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ได้รับการติดดาวทั้งสิ้น 14 ราย รวม 21 รายการสินค้า ซึ่งถือเป็นตัวแทน ของดี จากชุมชนต่างๆ ที่มีความหลากหลายทั้งอาหาร ขนม เครื่องปรุง และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ความพิเศษคือ สินค้าเหล่านี้จะได้วางขายในบริเวณพื้นที่หัวชั้น CJ STAR ของดีติดดาว ในร้าน CJ MORE เพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ มาจากความเชื่อว่าในประเทศไทยยังมีของดีอีกมาก โดยเฉพาะของดีในชุมชนซึ่งมีคุณค่าและศักยภาพที่จะไปได้ไกล แต่สิ่งที่ขาดคือโอกาส เพราะเบื้องหลังสินค้าหนึ่งชิ้น ไม่ได้มีเพียงตัวสินค้า แต่คือความตั้งใจ ภูมิปัญญา และเรื่องราวของคนทำของดีในชุมชน ที่ต้องการโอกาสให้สินค้าของเขาได้เติบโต
เราตั้งใจให้ CJ STAR ของดี ติดดาว เป็นมากกว่าโครงการสนับสนุนสินค้า แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกในการเชื่อมต่อของดีจากท้องถิ่น กับโอกาสทางการตลาด และส่งต่อเรื่องราว คุณค่า และความภาคภูมิใจของคนทำของดีจากชุมชนไปสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ นายเสถียร กล่าว
สำหรับเป้าหมายในอนาคต จากจุดเริ่มต้นในวันนี้ CJ MORE พร้อมเดินหน้าค้นหา ของดี และ คนทำของดี จากชุมชนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมติดดาวให้กับสินค้าที่มีศักยภาพ และส่งต่อโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กได้เติบโตไปอีกขั้น ในอนาคตมุ่งขยายโครงการ CJ STAR ของดีติดดาว ไปสู่พื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมสนับสนุนและต่อยอดโอกาสให้ ของดีเหล่านี้ได้เติบโตและขยายตลาดไปสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อให้ดาวของคนทำของดีจากทุกชุมชนได้เปล่งประกายและไปได้ไกลกว่าที่เคย
เป้าหมายของโครงการ CJ STAR ของดีติดดาว ไม่ได้มุ่งเพียงนำสินค้าเข้ามาวางจำหน่าย แต่ต้องการ ติดดาวให้ของดี และติดโอกาสให้ท้องถิ่น เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีพื้นที่ในการเติบโต มีช่องทางในการเข้าถึงตลาด และสามารถเปลี่ยนความตั้งใจในการทำของดีให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน เพราะ CJ MORE เชื่อว่าทุกโอกาสที่ได้รับ ไม่เพียงสร้างโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังเป็นพลัง และกำลังใจสำคัญให้คนทำของดีได้เดินหน้าต่อ และเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด นายเสถียร กล่าว
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล