กระทรวงการพัฒนาที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น เปิดเผยในวันนี้ (15 ก.ย.) ว่า ราคาที่ดินเฉลี่ยในญี่ปุ่น ณ วันที่ 1 ก.ค. ปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 5 นำโดยเขตเมืองใหญ่ที่มีความต้องการด้านที่อยู่อาศัยแข็งแกร่งและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ได้อานิสงส์จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศเพิ่มขึ้น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ราคาที่ดินเฉลี่ยโดยรวมทั่วประเทศปรับตัวขึ้น 1.5% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตระดับเดียวกับปีก่อนหน้า และนับเป็นการปรับตัวขึ้นที่มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตฟองสบู่สินทรัพย์แตกในยุคปี 1990 ทั้งนี้ หากพิจารณาตามประเภท พบว่า ราคาที่ดินเพื่อการพาณิชย์ปรับตัวขึ้น 2.9% จากอุปสงค์ร้านค้าและโรงแรมที่แข็งแกร่ง ขณะที่ราคาที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยปรับตัวขึ้น 1.0%
เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ กล่าวว่า ในขณะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ราคาที่ดินโดยทั่วไปยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นไว้ได้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคาที่ดินเฉลี่ยโดยรวมใน 3 เขตมหานครใหญ่ ประกอบด้วย โตเกียว โอซาก้า และนาโกย่า จะปรับตัวขึ้น 4.4% แต่การเติบโตในพื้นที่อื่นของประเทศกลับทรงตัวอยู่ที่ 0.4% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำที่ขยายตัวกว้างขึ้น
การเติบโตของราคาที่ดินใน 4 เมืองใหญ่ข้างนอก 3 เขตมหานคร ได้แก่ ซัปโปโร เซนได ฮิโรชิมะ และฟุกุโอกะ ชะลอตัวลง 1.2 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 4.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเติบโตที่ตามหลังอัตราการเติบโตใน 3 เขตมหานครเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี
กระทรวงฯ ระบุว่า ในบรรดาเมืองต่าง ๆ เหล่านี้ เมืองซัปโปโร เซนได และฟุกุโอกะ เริ่มเห็นผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจหรือลดขนาดการซื้อลง เนื่องจากราคาที่ดินที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประกอบกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่พุ่งสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน หากพิจารณาตามพื้นที่เฉพาะ พบว่า เมืองฟูราโนในฮอกไกโด มีราคาที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยปรับตัวขึ้นมากที่สุดถึง 32.0% ส่วนหมู่บ้านฮากุบะ ในจังหวัดนากาโน มีราคาที่ดินเพื่อการพาณิชย์ปรับตัวขึ้นสูงที่สุดที่ 35.6% โดยทั้งสองพื้นที่ตั้งอยู่ในแหล่งสกีรีสอร์ตที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
ย่านอาซากุซะ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในโตเกียว ติดกลุ่มพื้นที่ที่ราคาที่ดินปรับตัวขึ้นสูงที่สุดเช่นกัน
ราคาที่ดินเพื่อการพาณิชย์ปรับตัวขึ้นใน 34 จังหวัด จากทั้งหมด 47 จังหวัดของญี่ปุ่น โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยปรับตัวขึ้นใน 20 จังหวัด
ที่ดินบริเวณอาคารพาณิชย์ เมดิ-ยา กินซ่า ในย่านชอปปิงกินซ่าของกรุงโตเกียว ครองแชมป์ราคาที่ดินต่อตารางเมตรสูงที่สุดในประเทศที่ 52.5 ล้านเยน (340,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ครองอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่ 21
ทั้งนี้ ราคาที่ดินในญี่ปุ่นเคยดิ่งลงติดต่อกันหลายทศวรรษหลังจากเกิดวิกฤตฟองสบู่สินทรัพย์แตกในปี 2535 แต่เริ่มกลับมาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยฟื้นตัวจากวิกฤตทางการเงินอันเกิดจากการล้มละลายของเลห์แมน บราเธอร์ส และการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในเวลาต่อมา
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์