เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2569 สำนักข่าวประชาชาติรายงานถึงข่าวเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดย นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า แนวทางการพิจารณาให้ธุรกิจ Data Center เข้าข่ายเป็นโรงงานประเภท 108 ตามกฎหมายโรงงานนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจน 100% แต่ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ และอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาในทุกมิติ
จากข่าวดังกล่าวเห็นได้ว่าเมื่อปัจจุบันมีความต้องการสร้าง Data Center ในประเทศไทยมากขึ้นเป็นอย่างมาก แต่สภาพกฎหมายยังไม่มีการรองรับสถานะที่ชัดเจนของ Data Center ทำให้เกิดปัญหาที่ว่ากิจการ Data Center ไม่มีกรอบกฎหมายให้อำนาจหน่วยงานใดกำกับดูแลอย่างชัดเจน โดยการที่ Data Center เป็นกิจการที่มีลักษณะที่พิเศษนี้เองทำให้เกิดคำถามว่าเช่นนี้ใครควรจะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่กำกับดูแล พวกเราทีมศูนย์กฎหมายพลังงาน (ประเทศไทย) จำกัด (ทีม ELC) จึงชวนท่านผู้อ่านตั้งคำถามว่าการกำหนดให้ Data Center เป็น โรงงานประเภทที่ 108 นี้เป็นมาตรการที่เพียงพอหรือไม่ ในเมื่อ Data Center เองไม่ได้มีลักษณะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป และเมื่อสหภาพยุโรปได้ออกกฎหมายเฉพาะเพื่อกำกับดูแลประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ Data Center โดยเฉพาะ
*Data Center คือผู้ใช้พลังงานรายใหญ่
รายงาน 2026 Data Center Power Report โดย Bloom energy เผยว่าปัจจุบันมี Data Center หลายแห่งเริ่มมีการใช้การผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ภายใน Data Center สำหรับใช้งานเอง (Onsite Generation) และจากการสำรวจมีผู้ตอบแบบสอบถามกว่าร้อยละ 73 ระบุว่ากำลังประเมินหรือกำลังคัดเลือกผู้ให้บริการระบบผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ Data Center ของตน และบทความได้ประเมินถึงแนวโน้มในอนาคตว่าภายในปี 2030 Data Center ประมาณ 1 ใน 3 จะหันมาใช้ไฟฟ้าจากการผลิตในพื้นที่แบบทั้งหมด โดยมีตัวอย่าง Data Center ที่ผลิตไฟฟ้าใช้งานเองจริง จากบทความของ CoreSite เรื่อง Fuel Cells: Onsite Power Generation Solution for Data Centers ระบุถึง Data Center ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เห็นถึงวิกฤตความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก และประเมินว่าโครงข่ายของรัฐอาจถึงขีดจำกัดได้ จึงหันมาเลือกใช้การผลิตไฟฟ้าภายในพื้นที่ Data Center เพื่อใช้งานเอง โดยใช้เทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cells) ซึ่งผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 100 เมกะวัตต์ (MW) ต่อพื้นที่เพียง 1 เอเคอร์ (ประมาณ 2.5 ไร่)
นอกจากนี้ยังมีข่าว Data Center โครงการ BKK01 ของบริษัท DAMAC Digital Thailand ในกรุงเทพมหานครย่านพระราม 9 มีการกักเก็บน้ำมันดีเซลปริมาณมหาศาลกว่า 200,000 ลิตรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับนำไปผลิตไฟฟ้าสำรองฉุกเฉินหากไฟฟ้าของรัฐเกิดขัดข้อง จากบทความวิเคราะห์และข่าวแสดงให้เห็นว่า ปัจจุบัน Data Center มีการผลิตไฟฟ้าสำหรับทั้งใช้งานและสำรองในปริมาณที่มาก และยังมีแนวโน้มที่ในอนาคตจะมีการผลิตใช้เองทั้งหมดแทนการรับไฟฟ้าจากรัฐ โดยอาจมีปริมาณมากกว่า 1 กิกะวัตต์ (GW)
*หาก Data Center ต้องรับใบประกอบโรงงาน
การจะกำหนดให้ Data Center เป็นโรงงานนั้น ต้องมาพิจารณาถึงลักษณะของโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน โดยโรงงานใดจะต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหรือไม่จะต้องพิจารณาจากกฎกระทรวงกำหนดประเภท ชนิด และขนาดโรงงาน พ.ศ. 2563 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจของพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ซึ่งมีบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดประเภท ชนิด และขนาดโรงงานกำหนดประเภทหรือชนิดของโรงงานเอาไว้ 107 ประเภท หาก Data Center ขนาดใหญ่ (เช่น Hyperscale Data Center) ถูกกำหนดให้เป็น โรงงานจำพวกที่ 3 ในลำดับที่ 108 ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงจะส่งผลให้กิจการต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในฐานะโรงงานอุตสาหกรรม โดยมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 บัญญัติว่าบุคคลที่ประสงค์จะประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 ต้องได้รับใบอนุญาตและต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ของพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535
กฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 นั้นสามารถกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับที่ตั้งของ Data Center สภาพแวดล้อมของ Data Center ที่มีสถานะเป็นโรงงานจำพวกที่ 3 สามารถกำหนดลักษณะ ประเภทหรือชนิดของเครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์หรือสิ่งที่ต้องนำมาใช้ใน Data Center และยังสามารถกำหนดมาตรฐานและวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษหรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการ Data Center ได้
หาก Data Center ขนาดใหญ่กลายเป็นโรงงานจำพวกที่ 3 จะส่งผลให้ Data Center เหล่านี้ไม่สามารถถูกตั้งขึ้นใจกลางเมืองหรือพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นบริเวณใจกลางเมืองเพราะอาจถูกห้ามตามกฎหมายผังเมือง เช่นกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556
ข้อ 15 ที่ดินประเภท ย. 8 เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อรองรับการอยู่อาศัยในบริเวณพื้นที่เขตเมืองชั้นในที่มีการส่งเสริมและดำรงรักษาทัศนียภาพและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (1) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ ที่ไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขหรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และมีพื้นที่ประกอบการไม่เกิน 500 ตารางเมตร
ดังนั้น เมื่อพิจารณาถึงกิจการ Data Center ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงดังกล่าว ยังมิได้ถูกระบุเป็นโรงงานที่เข้าข้อยกเว้นให้สามารถก่อสร้างได้ และแนวโน้มการก่อสร้างปัจจุบันนั้น เว็บไซต์ข้อมูลของบริษัท Telehouse Bangkok เผยข้อมูลว่ามี Data Center ของ Telehouse ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านพระราม 9 CBD Area ใช้พื้นที่โดยรวมมากถึง 9,000 ตร.ม. และ STTGDC (Thailand) เผยข้อมูล Data Center ตั้งอยู่ที่ถนนวิทยุและใช้พื้นที่มากถึง 3,000 ตร.ม. เพราะฉะนั้น หาก Data Center ใจกลางกรุงเทพอีกหลาย ๆ แห่งใช้พื้นที่เกินไปกว่า 500 ตร.ม. ตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 การก่อสร้าง Data center ในพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากจึงไม่สามารถก่อสร้างได้
*หาก Data Center กลายเป็นโรงงานควบคุม
การเป็นโรงงานตามกฎหมายยังส่งผลให้ Data Center ขนาดใหญ่อาจกลายเป็นโรงงานควบคุมตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ในประเด็นของการตกเป็น โรงงานควบคุม โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 8 พระราชบัญญัติดังกล่าวประกอบกับมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดโรงงานควบคุม พ.ศ. 2540 ซึ่งกำหนดเกณฑ์ไว้ว่า หาก Data Center มีสถานะเป็นโรงงานและมีการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้ารวมกันตั้งแต่ 1,175 กิโลโวลต์แอมแปร์ (kVA) ขึ้นไป หรือมีการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 1,000 กิโลวัตต์ (kW) ขึ้นไป Data Center แห่งนั้นจะกลายเป็นโรงงานควบคุมตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535
เมื่อ Data Center มีสถานะเป็นโรงงานควบคุมแล้ว จะต้องพิจารณาประกอบกับประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ. 2552 (ประกาศกระทรวงพลังงานฯ) ซึ่งมีการออกมาภายหลังเพื่อกำกับการดำเนินการของโรงงานควบคุม โดยตามประกาศดังกล่าวนั้นกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการสำหรับโรงงานควบคุมไว้ให้ เจ้าของโรงงานควบคุมมีหน้าที่ต้องประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานโดยการประเมินการใช้พลังงานที่มีนัยสําคัญ ปัจจัยหลักในการประเมิน ได้แก่ ขนาดการใช้พลังงาน ชั่วโมงการใช้งาน และศักยภาพในการปรับปรุง รวมทั้งวิเคราะห์หาประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการสูญเสียพลังงานในแต่ละอุปกรณ์ ตามประกาศกระทรวงพลังงานฯ ข้อ 2 ถึงข้อ 4 พร้อมทั้งจัดทำเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานโดยการนำข้อมูลการใช้พลังงานและการประเมินศักยภาพมาทำ ตามประกาศกระทรวงพลังงานฯ ข้อ 5 ถึงข้อ 8 ตลอดจนควบคุมดูแลให้มีการดำเนินการและวิเคราะห์ผลตามแผนอย่างเป็นระบบตามประกาศกระทรวงพลังงานฯ ข้อ 11 ถึงข้อ 14
*กฎหมายเฉพาะเพื่อกำกับดูแล Data Center ของสหภาพยุโรป
สหภาพยุโรปได้ออก COMMISSION DELEGATED REGULATION (EU) 2024/1364 (EU Regulation) ลงวันที่ 14 มีนาคม 2567 ว่าด้วยระยะแรกของการจัดตั้งระบบการจัดความยั่งยืนของ Data Center ร่วมกันในสหภาพยุโรป (Common Union Rating Scheme For Data Centres) ได้กำหนดกรอบการกำกับดูแลที่มุ่งเน้นการเก็บข้อมูลเชิงสถิติที่ชัดเจน และประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตามข้อ 1 ของ EU Regulation ฉบับนี้กำกับโดยมีการกำหนด Data Center ที่มีความต้องการไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ (Installed IT power demand) ตั้งแต่ 500 kW ขึ้นไป จะต้องอยู่ภายใต้ EU Regulation ฉบับนี้ โดยต้องดำเนินการตรวจวัด รวบรวม และรายงานข้อมูลดัชนีชี้วัดผล (KPIs) ด้านความยั่งยืนเพื่อนำไปเก็บรวบรวมในฐานข้อมูลกลางของยุโรปเป็นประจำทุกปี
หัวใจสำคัญของ EU Regulation ฉบับนี้คือ การควบคุมและประเมินประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน ซึ่งเน้นใช้กลไกการกำกับดูแลผ่านการให้ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลการใช้ไฟฟ้า ข้อมูลนี้จะถูกนำไปคำนวณค่าดัชนีประสิทธิภาพการใช้พลังงาน หรือ PUE (Power Usage Effectiveness) ยิ่งไปกว่านั้น EU Regulation นี้ยังบังคับให้ติดตามวัดค่าปริมาณความร้อนทิ้งที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ภายนอกโครงการ (Waste Heat Reused) เพื่อคำนวณตัวชี้วัด ERF (Energy Reuse Factor) มาตรการต่าง ๆ เหล่านี้เป็นการบังคับให้ Data Center ต้องบริหารจัดการระบบหล่อเย็นและหมุนเวียนทรัพยากรทางพลังงานให้คุ้มค่าที่สุดอยู่ตลอด นอกจากนี้ใน EU Regulation ฉบับนี้ยังมีข้อกำหนดการควบคุมการใช้พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) โดยมีการกำหนดมาตรฐานตรวจสอบแหล่งที่มาของพลังงาน Data Center ต้องรายงานปริมาณการใช้พลังงานหมุนเวียนรวมทั้งหมด เพื่อประเมินเป็นสัดส่วนพลังงานสะอาด หรือ REF (Renewable Energy Factor) โดยแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ประเมินต้องมาจากการรับเอาใบรับรองว่าไฟฟ้าที่ซื้อนั้นผลิตจากพลังงานหมุนเวียน (Guarantees of Origin (GOs)) หรือซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตเองในพื้นที่ตามภาคผนวก 2 ของ EU Regulation
เมื่อเทียบหลักเกณฑ์ของ EU Regulation กับประกาศกระทรวงพลังงานฯ ของไทยแล้วนั้น จะเห็นได้ว่าทั้งสองกลไกมีการกำหนดหลักเกณฑ์ออกมากำกับดูแลกิจการที่ต้องมีการใช้ไฟฟ้าจำนวนมหาศาลเช่นเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียด EU Regulation นั้นมีการระบุเฉพาะเจาะจงว่ากฎหมายนั้นบังคับกับกิจการ Data Center จึงจะถูกควบคุมตามประกาศ ในขณะที่ประกาศกระทรวงพลังงานฯ กำหนดขอบเขตโดยรวมถึงทั้งอาคารควบคุมและโรงงานควบคุมที่มีการใช้ไฟฟ้าจำนวนมากซึ่งหมายรวมถึง Data Center ห้างสรรพสินค้า หรือกิจการอื่น ๆ ด้วย
แม้ว่าทั้งกฎหมายไทยและของสหภาพยุโรปนั้นจะใช้วิธีการที่คล้ายคลึงกัน คือการบังคับให้ผู้ประกอบการต้องรวบรวมข้อมูลการใช้ไฟฟ้าของตนเองอย่างละเอียด ทำการวิเคราะห์ประเมินผล รวมทั้งวางแผนการดำเนินการต่อไปเพื่อสร้างประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน อย่างไรก็ตาม ในเรื่องตัวชี้วัดของ EU Regulation จะมีความละเอียดมากกว่า และเจาะจงไปที่ลักษณะโครงสร้างสำหรับ Data Center โดยเฉพาะกว่า นอกจากนี้ อีกประเด็นที่มีความสำคัญอย่างมากในยุคเปลี่ยนผ่านทางพลังงานคือ EU Regulation มีข้อกำหนดในเรื่องของพลังงานหมุนเวียนอย่างชัดเจน โดยบังคับให้รายงานสัดส่วนพลังงานสะอาดและตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเคร่งครัด
เมื่อ Data Center เป็นกิจการที่มีความพิเศษมากกว่าการเป็น โรงงาน ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ที่เน้นเรื่องของการควบคุมมลพิษ น้ำเสีย ควันพิษ กากอุตสาหกรรม และอันตรายจากเครื่องจักรหนัก ในขณะที่ Data Center เป็นเพียงกลุ่มอาคารเซิร์ฟเวอร์ที่ปราศจากกระบวนการผลิตทางเคมีหรืออุตสาหกรรม การกำกับดูแล Data Center ในฐานะโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไปจึงมีข้อจำกัดให้มิอาจกำกับดูแลไปถึงลักษณะพิเศษของ Data Center ได้ แม้จะมีประกาศกระทรวงพลังงานฯ ในการกำกับดูแลสิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของ Data Center นั่นคือ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน แต่ก็ยังไม่มีกลไกที่มุ่งการควบคุมและประเมินประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานได้อย่างละเอียดและเหมาะสมกับกิจการ Data Center โดยเฉพาะ รวมทั้งไม่มีการประเมินสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่าง EU Regulation แต่อย่างไร
*การผลิตและใช้ไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของ Data Center
นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญที่ไทยควรมีจาก EU Regulation คือข้อกำหนดด้าน พลังงานหมุนเวียน เพื่อผลักดันให้กิจการ Data Center ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าในปริมาณมหาศาล ต้องหันมาเลือกใช้พลังงานสะอาดอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพื่อใช้เองภายในพื้นที่โครงการ การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงและซื้อใบรับรองสิทธิการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) การกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ นี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้รัฐสามารถกำกับควบคุมผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการทำให้ Data Center กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมหลักในการนำพลังงานสะอาดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
Data Center อาจมีระบบผลิตไฟฟ้าของตัวเองเช่นมีระบบผลิตไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลหรือติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่มีกำลังการผลิตเกิน 1 MW กรณีนี้ Data Center จะกลายเป็นสถานประกอบการที่มี โรงไฟฟ้า ซึ่งต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานในฐานะโรงงานผลิตไฟฟ้าลำดับที่ 88 ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดประเภท ชนิด และขนาดโรงงานกำหนดประเภทหรือชนิดของโรงงาน พ.ศ. 2563 ซึ่งกรณีนี้ผู้ประกอบกิจการ Data Center จะมีสถานะเป็นผู้ประกอบกิจการไฟฟ้าตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 และต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าและใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ตามมาตรา 48 ของพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550
โดยตามลักษณะแล้วนั้น Data Center ไม่ได้เป็นโรงงานที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อไปจำหน่ายให้กับผู้อื่น แต่ผลิตไฟฟ้าจำนวนมากมาเพื่อใช้งานเองในลักษณะของโรงงานที่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง (หรือที่เรียกว่า IPS) อย่างไรก็ตาม หาก Data Center นั้นประสงค์จะซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายอื่นที่ตั้งอยู่คนละที่กับตัว Data Center ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชน (DPPA) ซึ่งผู้ผลิตขายไฟฟ้าให้โดยอาศัยระบบโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าตามระบบ Third-Party Access (TPA) และรับเอา REC มารับรองว่าไฟฟ้าที่ตนใช้นั้นมีต้นกำเนิดจากพลังงานหมุนเวียน ในกรณีนี้จะเกิดคำถามขึ้นว่า Data Center จะทำ DPPA และรับเอา REC ตามกลไกตลาดหรือจะต้องรอ โควต้า จากรัฐเสียก่อน
โดยสรุปแล้ว การกำหนดให้ Data Center ขนาดใหญ่มีสถานะเป็นโรงงาน (เช่นเป็นโรงงานจำพวกที่ 3) นั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการกำกับดูแล Data Center เท่านั้น ระบบการกำกับดูแลของประเทศไทยยังต้องอาศัยกฎกระทรวงตามมาตรา 8 ของพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับที่ตั้งของ Data Center สภาพแวดล้อมของ Data Center กำหนดลักษณะ ประเภทหรือชนิดของเครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์หรือสิ่งที่ต้องนำมาใช้ใน Data Center และกำหนดมาตรฐานและวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษหรือสิ่งใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการ Data Center ระบบการกำกับดูแลของประเทศไทยยังต้องคำนึงถึงดัชนีประสิทธิภาพการใช้พลังงานตามที่ EU Regulation กำหนดโดยอาจอาศัยพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และเปิดโอกาสให้ Data Center ขนาดใหญ่สามารถเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดโดยต้องอาศัยระบบ Third-Party Access ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ประกอบด้วย
ทีมนักกฎหมายพลังงานประจำบริษัท ศูนย์กฎหมายพลังงาน (ประเทศไทย) จำกัด