นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดรีบาวด์ทางเทคนิคระยะสั้นหลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยตามคาด แม้ส่งสัญญาณ Hawkish Hike อาจปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนธ.ค. ขณะที่ถูกดดันจากดอลลาร์แข็งค่า-บอนด์ยีลด์ยังสูง แต่ราคาน้ำมันเริ่มผ่อนคลาย ให้แนวรับ 1,560 จุด และแนวต้าน 1,575 จุด
นายสรพล วีระเมธีกุล, IAA ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ [SET.X] คาดดัชนีรีบาวด์ทางเทคนิคระยะสั้นได้ โดยผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อคืนนี้มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาด แม้ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไป ซึ่งตลาดประเมินว่ามีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในเดือน ธ.ค.นี้ แต่ถือว่าไม่ได้สร้างความประหลาดใจต่อตลาดมากนัก ขณะที่ Dot Plot ชี้ว่าช่วงที่เหลือของปีนี้อาจขึ้นดอกเบี้ยได้อีก 1 ครั้ง และมีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยตลอดทั้งปีหน้า
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นยังจำกัด โดยตลาดยังถูกดดันจากดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) แข็งค่าทะลุระดับ 100 จุด และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ทรงตัวอยู่เหนือ 5% แต่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีการอ่อนตัวลงเนื่องจากตลาดคาดหวังว่าการซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียจะกลับมาใช้งานได้เร็วกว่าที่คาดไว้
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ประเด็นข่าวมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่อาจเลื่อนออกไป มองว่าอาจส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาเพียงระยะสั้นเท่านั้น แต่ไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ทั้งนี้ แนะนำให้ติดตามประเด็นการนำงบประมาณส่วนดังกล่าวที่อาจนำไปใช้ในโครงการอื่น หรือขยายระยะเวลาโครงการไทยช่วยไทยพลัสเพิ่มเติม
โดยให้แนวรับ 1,560 จุด และแนวต้าน 1,575 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (16 ก.ย..) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,461.90 จุด ลดลง 631.21 จุด หรือ -1.21% ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,551.81 จุด ลดลง 33.92 จุด หรือ -0.45% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,978.42 จุด ลดลง 3.15 จุด หรือ -0.01%
ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 64,643.58 จุด เพิ่มขึ้น 720.58 จุด หรือ +1.12% ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 24,480.57 จุด ลดลง 233.21 จุด หรือ -0.94% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,877.00 จุด ลดลง 14.6 จุด หรือ -0.37% ดัชนี KOSPI[KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 1%
ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (16 ก.ย.) 1,562.73 จุด ลดลง 15.93 จุด (-1.01%) มูลค่าซื้อขาย 75,541.19 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (16 ก.ย.) 7,220.05 ล้านบาท
ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ต.ค. (16 ก.ย..) ลดลง 3.40 ดอลลาร์ หรือ 3.21% ปิดที่ 102.43 ดอลลาร์/บาร์เรล
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (16 ก.ย..) อยู่ที่ 11.06 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 33.41 อ่อนค่ารับเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด-ส่งสัญญาณขึ้นต่อ
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 12-0 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมวันนี้ (16 ก.ย.) ตามการคาดการณ์ของตลาด ทั้งนี้ รายงาน Dot Plot ซึ่งแสดงการคาดการณ์ของเจ้าหน้าที่เฟด ระบุว่า เจ้าหน้าที่ 16 จากทั้งหมด 18 ราย คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้
-กองทุนน้ำมัน มองราคาน้ำมันโลกทรงตัวสูง คาดสิ้นปีดีเซลแตะ 180-190 ดอลลาร์ กองทุนน้ำมันฯ ชดเชยพุ่งวันละ 770 ล้านบาท ติดลบแล้ว 8 หมื่นล้านบาท เตือนจ่อทะลุแสนล้านบาทกางแผนรับมือราคาน้ำมัน เตรียม Exit ทยอยลดอุดหนุนราคา เล็งกู้เงินเพิ่มชงรัฐร่วมรับภาระประคองเศรษฐกิจ สนพ.เฝ้าระวังวิกฤติตะวันออกกลาง ดันราคาพลังงานพุ่ง ศุภจี คาดผลกระทบรุนแรงกว่ารอบแรก
-ถอดสมการ อสมท ควบรวม ไทยพีบีเอส เป็นไปได้ ต้องคาดกินเวลานาน 2 ปีต้องไล่ภารกิจสื่อ ข้อกฎหมาย จัดการสินทรัพย์ หนี้สินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เจาะทางเลือก เข้าแผนฟื้นฟูกิจการ หาเงินใช้หนี้เป็นโจทย์ยาก หาก ยุบ ถอนบริษัทออกจากตลาดหุ้น กระทรวงการคลังต้องไขก๊อก
-กบง. ร่อนมติปรับลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มเป็น 4 บาทต่อลิตร เขย่ากำไรหุ้นโรงกลั่นยกแผง บล.กรุงศรี ชี้ราคาหุ้นร่วง 4-5% ลงแรงเกินพื้นฐาน มองกระทบกำไรแค่ 3% เผยยังปัจจัยหนุนอุตสาหกรรมตึงตัว จีนจ่อลดส่งออก 1 ล้านบาร์เรลต่อวันดันค่าการกลั่นสูงยาว บล.บัวหลวง แนะหลีกเลี่ยง สะกิดปรับพอร์ตลุย ปตท. และกลุ่มปิโตรเคมี พีทีทีจีซี-เอสซีซี อานิสงส์ซัพพลายโลกหายดันสเปรดพุ่ง
-พลังงาน จัดระเบียบ Data Center กรองดีมานด์ไฟฟ้าเทียม เคลียร์นักลงทุนขอโควตาเผื่อไว้ในปริมาณสูง พร้อมเคาะตัวเลข 8.8 กิกะวัตต์ลงแผน PDP 2026 เร่งอัปเกรดโครงข่ายอัจฉริยะ
-คลัง เร่งพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถ EV นำเข้าทั้งคัน เล็งเก็บ 30% ของราคารถ หวังจูงใจค่ายรถต่างชาติปักหมุดไทยเป็นฐานการผลิต คาดได้ข้อสรุปภายใน ก.ย.2569
-พิพัฒน์ เดินหน้าตั๋วร่วมเคาะกรุงไทยบริหารเคลียริงเฮาส์ เร่งปลดล็อกข้อกฎหมาย-สัญญาสัมปทาน ก่อนชง ครม. พ.ย.นี้ ลุยค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาท ยันเริ่ม 1 ม.ค.70 จ่อของบกลาง 5 พันล้านอุดหนุนส่วนต่าง
-นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า มีแนวโน้มที่จะเลื่อนเวลาดำเนินโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส ออกไปจากเดิมคือ วันที่ 1 ต.ค.ไปเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซัน) เดือน เม.ย.2570 เนื่องจากมีการหารือร่วมกันทั้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐมนตรีอื่นๆเห็นพ้องตรงกันว่าต้องมีโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่มีความเห็นแย้งเรื่องช่วงเวลา โดยเห็นว่าไม่ควรอัดฉีดงบประมาณในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) ที่เริ่มตั้งแต่ปลายปีนี้
-ไชยชนก แจงกรณี TH-AI Passport ยันโปร่งใส-เบิกจ่ายจริง พร้อมผนึก TRUE-AIS-NT อัดโปรเน็ต 29 บาท/เดือน ให้คนไทยเข้าถึง AI Pro ไม่อั้น เริ่ม 1 ต.ค.นี้
-ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ระบุว่าโครงการที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ไตรมาส 2/2569 เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว แต่ยังฟื้นแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยยอดขายใหม่เพิ่มขึ้น 23.2% หรือมีจำนวน 4,491 หน่วย
-นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตไทย เดือน ส.ค. 2569 เท่ากับ 115.4 ขยายตัว 9.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเป็นการปรับตัวขึ้นในทุกหมวด
*หุ้นเด่นวันนี้
BCH (กสิกรไทย) ซื้อราคาพื้นฐาน 12.50 บาท คงคำแนะนำซื้อ ปรับเป้าหมายขึ้นเป็น 12.50 บาท จาก 11.30 บาท สะท้อนประมาณการกำไรที่ดีขึ้น การฟื้นตัวใน H2/69 และ upside จากการปรับค่าบริการ SSO/M&A แนวโน้มไตรมาส 3/69 แข็งแกร่งขึ้น จากผู้ป่วยไทยฟื้นตัว รายได้ SSO ดีขึ้น และผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะตะวันออกกลางและ CLMV เติบโต Valuation ยังน่าสนใจ โดย TP อิง DCF (WACC 8.2%) ให้ Dividend Yield ราว 4-5% ในปี 69-70 ขณะที่การไม่ขึ้นค่าบริการ SSO เป็น downside หลัก
DELTA (ฟินันเซีย ไซรัส) เก็งกำไร ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 290 บาท คาดกำไรไตรมาส 3/69 อยู่ที่ 8.3 พันลบ. (+37% q-q, +12% y-y) จาก Gross Margin ที่ฟื้นตัวหลังปัญหาวัตถุดิบผ่อนคลาย ขณะที่ Demand สินค้า AI ยังแข็งแกร่ง และทิศทางดอกเบี้ยปี 70 ที่ไม่ตึงตัวเท่าคาดเป็นบวกต่อหุ้น Tech-Growth
-THAI (กรุงศรี) ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 70 ที่ 8.00 บาท 1) สงครามพีคแล้วจำกัดกรอบบนน้ำมันดิบ บวก THAI ที่มีต้นทุนน้ำมัน 30-40% 2) นักท่องเที่ยวจีนและตะวันออกกลางที่มีสัญญาณฟื้นแรงขึ้นนับจาก ก.ค.68 หนุนโอกาส Upside คาดการณ์กำไรปี 2570 +5.3% 3) EV/EBITDA < สายการบินโลก
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน