นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ตลาดการเงินกำลังเผชิญแรงกดดันรอบใหม่ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ไปที่ระดับ 4.00% พร้อมส่งสัญญาณลากยาว ว่าการต่อสู้กับเงินเฟ้อยังไม่จบ
* 4 ข้อที่ต้องระวังต่อจากนี้
1. เฟดยังคุมเงินเฟ้อไม่อยู่: อย่าเพิ่งดีใจที่เห็นตัวเลขเงินเฟ้อแบบ PCE (ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล) ดูเหมือนจะลดลง เพราะถ้าเทียบแบบเดือนต่อเดือน (% MoM) ตัวเลขในภาคบริการและค่าเช่าบ้านยังขยับขึ้นต่อเนื่อง การขึ้นดอกเบี้ยแค่ครั้งสองครั้งไม่น่าเอาอยู่ มีโอกาสสูงที่ Fed ต้องลุยขึ้นต่อทั้งในเดือนตุลาคมและธันวาคม เพื่อรีบจบเกม
2. บอนด์ยิลด์ (Bond Yield หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตร) พุ่งไม่หยุด: ถ้าสหรัฐ ยังเดินหน้าแจกเงินหรือกระตุ้นเศรษฐกิจจนหนี้สาธารณะพุ่ง ระวังบอนด์ 10 ปี มีสิทธิ์ไหลไปแตะ 5.3% ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายจากราคาพันธบัตรที่ลดลง (Mark to Market Loss) และลากบอนด์ประเทศอื่นพุ่งตาม
3. เงินบาทเสี่ยงอ่อนยวบแตะ 34 บาท: จากการคาดการณ์ดอกเบี้ยสหรัฐ ที่สูงขึ้น บวกกับราคาน้ำมันที่ยังค้างเติ่งเหนือ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เราอาจได้เห็นค่าเงินบาทอ่อนไปแตะระดับ 34 บาท/ดอลลาร์ ได้ง่ายๆ
4. ดอกเบี้ยไทยอาจยืนระยะไม่ไหว: แม้ตอนนี้เศรษฐกิจไทยจะฟื้นช้ากว่าเพื่อนบ้าน และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย อยากตรึงดอกเบี้ยไว้ แต่ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ยรัวๆ และบอนด์ยิลด์พุ่งไม่หยุด สุดท้ายแบงก์ชาติไทยอาจจำใจต้องยอมขยับขึ้นดอกเบี้ยตามในปีหน้า
เจาะลึกเบื้องหลัง: เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ท่าทีเฟด (ขึ้นดอกเบี้ย แต่ไม่รีบลด): เฟด ขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ไปแตะ 4% ตามคาด พร้อมส่งสัญญาณผ่าน Dot Plot (กราฟแสดงมุมมองทิศทางดอกเบี้ยของกรรมการ Fed) ว่าจะขอคงดอกเบี้ยสูงยาวตลอดปีหน้า และยังไม่รีบลดดอกเบี้ยเร็วนี้นู่นเลย (อาจลากยาวไปถึงปี 2028)
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแกร่ง (Resilience of US economy): แม้จะมีเรื่องช็อก แต่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง ทั้งการจ้างงานและรายได้ โดยกรรมการ FOMC (คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด) มองว่า GDP ปีนี้โต 2.3% และคนว่างงานต่ำเพียง 4.1% เป้าหมายหลักตอนนี้คือใช้หลักการ Monetary Policy of Discipline Not Decision (นโยบายการเงินที่ยึดวินัยและความเด็ดเดี่ยว) เพื่อตอกย้ำว่าเงินเฟ้อต้องกลับสู่เป้าหมาย 2% ให้ได้
ขึ้นดอกเบี้ย จะแก้เงินเฟ้อจากน้ำมันได้จริงเหรอ?: หลายคนสงสัยว่าเงินเฟ้อมาจากอุปทาน (Supply-side) อย่างราคาน้ำมันและอาหาร แล้วดอกเบี้ยช่วยอะไรได้? คำตอบคือ ดอกเบี้ยไม่ได้คุมราคาน้ำมันโดยตรง แต่มันช่วย เบรกความร้อนแรงในการใช้จ่าย (Remove a dose of accommodation หรือถอดตัวกระตุ้นเศรษฐกิจออก) เพื่อลดความร้อนแรงในฝั่งอุปสงค์ (Demand-side) และสกัดไม่ให้เกิด Second Round Effect or Third Round Effect (ผลกระทบลูกโซ่รอบสองรอบสาม) เช่น คนแห่ขอขึ้นค่าแรงจนของแพงขึ้นเป็นทอดๆ
ตลาดการเงิน ไม่เชื่อ สิ่งที่เฟดพูด: หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย นักลงทุนบางส่วนใช้วิธี Sell on Fact (ขายทำกำไร) แต่ที่พีคคือ บอนด์ยิลด์ (Bond Yield) พุ่งกระฉูด โดยบอนด์สั้น 2 ปี พุ่งไปแตะ 4.74% จนเกิดภาวะ Yield Curve Flattening (เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรแบนราบลง) สะท้อนชัดเจนผ่านเครื่องมือ CME FedWatch ว่านักลงทุน ไม่เชื่อ ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแค่ครั้งเดียว แต่แอบคิดว่าเฟดจะต้องดันดอกเบี้ยไปถึง 4.75% กลางปีหน้าแน่นอน
นายอมรเทพ ระบุว่า เกมนี้เฟดเอาจริง และดอกเบี้ยโลกน่าจะ สูงและนาน กว่าที่คิด ใครลงทุนอะไรช่วงนี้ต้องระมัดระวังความเสี่ยงจากดอกเบี้ยขาขึ้นและค่าเงินผันผวนกันด้วย
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/รัชดา คงขุนเทียน