นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เรียกร้องรัฐบาลเร่งขึ้นค่าไฟ Data Center และจัดระเบียบการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่า การไม่ขึ้นค่าไฟ Data Center ทำให้ส่งผลกระทบต่อการเก็บรายได้นำส่งรัฐบาล และเสี่ยงทำให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แบกรับภาระทางการเงินไม่ไหว จนกระทบต่อประมาณการรายได้และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของประเทศ รวมทั้งขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งประกาศให้ Data Center จัดเป็นโรงงานประเภทที่ 108 เพื่อให้มีอำนาจเข้าตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย และสั่งระงับการประกอบกิจการได้ หากก่อให้เกิดเหตุรำคาญหรือผลกระทบ
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า สาเหตุของภาระงบประมาณเกิดจากมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าของรัฐบาล 2 โครงการหลัก รวมเป็นวงเงิน 30,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการอุดหนุนค่าไฟฟ้า 200 ยูนิตแรก ในอัตรา 3 บาท ซึ่งใช้วงเงิน 12,000 ล้านบาท และโครงการนำค่าไฟฟ้าแสงสว่างสาธารณะหรือไฟส่องถนนออกจากบิลของประชาชน ซึ่งใช้วงเงินอีก 18,000 ล้านบาท แม้จะช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ทำให้รายได้ของรัฐหายไป
ทั้งนี้ ตัวเลข ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ระบุว่า รายได้นำส่งเข้าคลังของ กฟภ. อยู่ที่ 16,011 ล้านบาท ขณะที่ กฟน. อยู่ที่ 5,104 ล้านบาท รวมรายได้นำส่งคลังของทั้งสองหน่วยงานในช่วง 11 เดือนอยู่ที่ประมาณ 21,000 ล้านบาท ซึ่งยังขาดอีกถึง 9,000 ล้านบาท จากเป้าหมายและภาระที่ต้องรับผิดชอบ ส่งผลให้ปีนี้อาจเป็นปีแรกที่ กฟน. และ กฟภ. ซึ่งเป็นแชมป์การนำส่งรายได้เข้าคลัง ไม่สามารถส่งรายได้ได้ตามเป้าและประสบภาวะติดลบ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงการขยายฐานระบบไฟฟ้าไปยังพื้นที่ห่างไกลเนื่องจากขาดแคลนงบประมาณ
นายอรรถวิชช์ ระบุว่า แม้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน จะกล่าวถึงเรื่องนี้มาเป็นเวลานานแต่ยังไม่มีการปรับขึ้นจริง ปัจจุบัน Data Center ยังคงใช้ไฟฟ้าในอัตราเดียวกับภาคครัวเรือน ซึ่งถือว่าไม่ยุติธรรมต่อประชาชน จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานเร่งปรับขึ้นค่าไฟฟ้า Data Center โดยด่วนและอย่าเกรงใจผู้ประกอบการ
เนื่องจาก Data Center จำเป็นต้องเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอยู่แล้ว จากการที่ประเทศไทยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสูงถึง 55,000 เมกะวัตต์ ในขณะที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเพียง 36,000 เมกะวัตต์ และการใช้งานปกติประจำวันอยู่ที่ประมาณ 30,000 เมกะวัตต์ ปริมาณไฟฟ้าสำรองที่ล้นระบบจึงเป็นปัจจัยดึงดูดให้ผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนโดยธรรมชาติ
นอกจากนี้ นายอรรถวิชช์ ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยขอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งประกาศให้ Data Center เป็นโรงงานประเภทที่ 108 ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน จากปัจจุบันที่ไทยมีโรงงาน 107 ประเภท เนื่องจาก Data Center มีกำลังเครื่องจักรรวมเกิน 50 แรงม้า ใช้ไฟฟ้าระดับเมกะวัตต์ และเข้าข่ายนิยามการประกอบกิจการโรงงานจากการเก็บรักษาอุปกรณ์ ซึ่งกระบวนการประกาศใช้จะใช้เวลา 60 วัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปตรวจกำกับดูแล ใบอนุญาต สุขลักษณะ หรือสั่งปิดได้หากก่อความรำคาญ
พร้อมกันนี้ ยังชี้ถึงปัญหาการขาดการเตรียมความพร้อมในการจัดพื้นที่เฉพาะ (Zoning) สำหรับ Data Center เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ที่มีการจัดโซนนิ่งที่เกาะปีนังพร้อมระบบน้ำและไฟฟ้า ขณะที่ไทย คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ไม่อนุญาตให้ Data Center ก่อสร้างโรงไฟฟ้าใช้เอง ทำให้ Data Center ต้องเลือกตั้งในจุดที่มีโครงข่ายไฟฟ้าและน้ำประปาเข้มแข็งที่สุด เช่น ย่านพระรามเก้า และรามคำแหง
ความล่าช้าของกระทรวงพลังงานมีผล อย่าเกรงใจ ต้องรีบตัดสินใจทันที ตอนนี้สองการไฟฟ้าแบกรับค่าไฟไม่ไหวแล้ว และจะกระทบกับงบประมาณรายจ่ายแน่นอน นายอรรถวิชช์ กล่าว
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน