ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวก 316.14 จุด ขานรับราคาน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ชะลอตัว

ข่าวต่างประเทศ Friday September 18, 2026 06:28 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการชะลอตัวของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร นอกจากนี้ ข้อมูลแรงงานล่าสุดยังทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 51,778.04 จุด เพิ่มขึ้น 316.14 จุด หรือ +0.61%
  • ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,637.76 จุด เพิ่มขึ้น 85.95 จุด หรือ +1.14%
  • ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,418.30 จุด เพิ่มขึ้น 439.87 จุด หรือ +1.69%

ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ปรับตัวลง 0.5% และราคาน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ลดลง 0.95% หลังจากมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียตัดสินใจเพิ่มปริมาณการจัดส่งน้ำมันดิบให้แก่โรงกลั่นน้ำมันในเอเชีย โดยดำเนินการขนส่งผ่านประเทศโอมาน ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน

ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ หลังจากราคาน้ำมันชะลอตัวลง

ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำกว่า 5% โดยลดลง 0.07% มาอยู่ที่ระดับ 4.93% ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะต้นทุนการกู้ยืมสูง

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 12-0 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (16 ก.ย.) ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2566 พร้อมระบุในแถลงการณ์ว่า เฟดมุ่งมั่นที่จะฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ให้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้นนปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ

รอสส์ เมย์ฟิลด์ นักยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนจากบริษัท Baird ให้ความเห็นว่า ตลาดคลายความกังวลเนื่องจากกรรมการเฟดมีมติไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเอกภาพของคณะกรรมการ FOMC นอกจากนี้ เควิน วอร์ช ประธานเฟดยังได้เน้นย้ำถึงความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดด้วย

วอร์ชกล่าวในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง และมองว่าการคุมเข้มนโยบายการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟ้อจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน ซึ่งมุมมองดังกล่าวมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานว่าตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 10,000 ราย สู่ระดับ 196,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งขยับเข้าใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2512

เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 53.1% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนต.ค. เพิ่มขึ้นจาก 27.2% เมื่อสัปดาห์ก่อน

อย่างไรก็ตาม บ็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Edwards Asset Management แสดงความเห็นว่า เฟดไม่น่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. ซึ่งจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. เพราะอาจถูกมองว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง และหากเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ก็น่าจะเกิดขึ้นในการประชุมเดือนธ.ค.

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 2.2% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวขึ้น 1.43%

หุ้นกลุ่มเหมืองทองคำและโลหะเงิน รวมทั้งหุ้นกลุ่มชิป ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 3%

หุ้นกลุ่มธุรกิจสร้างบ้านปรับตัวขึ้น 1.1% หลังจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ (NAR) เปิดเผยว่า ดัชนีการทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 0.2% และฟื้นตัวขึ้นอย่างมากจากเดือนก.ค.ที่ร่วงลง 2.6%

หุ้นกลุ่มธนาคาร ซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ดีดตัวขึ้น 0.2% ซึ่งฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักถึง 2.3% ในวันพุธ

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวขึ้น หลังจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) อนุญาตให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ สามารถเปิดซื้อขายหุ้นและหลักทรัพย์อื่น ๆ ในรูปแบบโทเคน (Tokenized) บนระบบบล็อกเชนได้โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์หลายข้อที่บังคับใช้โดยตลาด Nasdaq, NYSE และตลาดหลักทรัพย์แห่งอื่น ๆ เป็นเวลา 5 ปี

ทั้งนี้ หุ้น Circle Internet Group พุ่งขึ้น 5.8% หุ้น Robinhood พุ่งขึ้น 5.2% และหุ้น Coinbase พุ่งขึ้น 5.8%

โดย รัตนา พงศ์ทวิช


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ