ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในวันนี้ (18 ก.ย.) โดยปรับตัวตามทิศทางตลาดวอลล์สตรีทที่ฟื้นตัวในวันพฤหัสบดี (17 ก.ย.) เนื่องจากการชะลอตัวลงของราคาน้ำมันช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และอาจเปิดทางให้ธนาคารกลางต่าง ๆ มีเวลามากขึ้นในการประเมินผลกระทบจากการดำเนินนโยบายคุมเข้มทางการเงินในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ การชะลอตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังเป็นปัจจัยหนุนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 64,681.55 จุด เพิ่มขึ้น 545.30 จุด หรือ +0.85%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,723.85 จุด เพิ่มขึ้น 119.56 จุด หรือ +0.49%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,891.96 จุด เพิ่มขึ้น 16.36 จุด หรือ +0.42%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 2.31%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวขึ้น 0.41%
ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ปรับตัวลง 0.5% และราคาน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] ลดลง 0.95% ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันพฤหัสบดี หลังจากมีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียตัดสินใจเพิ่มปริมาณการจัดส่งน้ำมันดิบให้แก่โรงกลั่นน้ำมันในเอเชีย โดยใช้วิธีการถ่ายโอนน้ำมันระหว่างเรือ (ship-to-ship transfer) บริเวณใกล้ท่าเรือโซฮาร์ของประเทศโอมาน เพื่อชดเชยผลกระทบจากการปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำกว่า 5% โดยลดลง 0.07% มาอยู่ที่ระดับ 4.93% ในวันพฤหัสบดี ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะต้นทุนการกู้ยืมสูง และกระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ เกาหลีใต้จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนส.ค. และญี่ปุ่นเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อประจำเดือนส.ค. นอกจากนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงเช้านี้ด้วย
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์