โทนี่ เฟอร์นานเดส สยบข่าวลือ! ยันแอร์เอเชียไร้หนี้ค้าง-ไม่ขอเงินรัฐ มั่นใจ AAVฟื้น Q4 กลับมาบินเต็มสปีดแย้มยอดจองแน่น 90%

ข่าวหุ้น-การเงิน Friday September 18, 2026 16:00 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

โทนี่ เฟอร์นานเดส บินด่วนมาไทยแถลงสยบข่าวลือเสี่ยงเจ๊ง โดยยืนยันว่าไม่เคยขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลมาเลเซียและไม่มีเครื่องบินติดค้างชำระ แม้ยอมรับเผชิญปัญหาางธุรกิจจากสถานการณ์ราคาน้ำมันพุ่งแต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ และดีมานด์การเดินทางแข็งแกร่ง พร้อมเปิดแผนจัดหาเงินทุน 1 พันล้านเหรียญปรับโครงสร้างหนี้ลดภาระดอกเบี้ย ชู แอร์เอเชีย ไทย-มาเลย์เป็นกำลังสำคัญของกลุ่ม โดยเฉพาะ ไทยแอร์เอเขีย จะกลับมาทำการบินปกติในช่วงไฮซีซั่นหลังไตรมาส 3/69 ลดเที่ยวบินหนีต้นทุนน้ำมันแพง

นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษา แอร์เอเชียกรุ๊ป เบอร์ฮาด (มาเลเซีย) ย้ำว่า แอร์เอเชียปรุ๊ป ยังคงเดินหน้าบริหารจัดการด้านปฏิบัติการ การเงิน และฝูงบินเชิงรุกอย่างรัดกุม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการบิน พร้อมปฏิเสธข่าวว่าได้ขอความช่วยเหลือทางการเงิน 3 พันล้านเหรียญจากรัฐบาลมาเลเซีย โดยยืนยันว่าะไม่เคยไปหารือคนในรัฐบาลเพื่อขอความช่วยเหลือเลย และขณะนี้แอร์เอเชียกรุ๊ปมีกระแสเงินสด 1 พันล้านริงกิต

อีกทั้ง แอร์เอเชียกรุ๊ป ไม่มีเครื่องบินที่ถูกสั่งงดบินจากการค้างชำระเงิน (Non-payment) แต่มีจำนวนเครื่องบิน 64 ลำทยอยถึงรอบซ่อมบำรุง และคาดว่าจะกลับเข้าฝูงบินครบถ้วนในช่วงครึ่งหลังปี 70

นายโทนี่ กล่าวว่า แอร์เอเชียกรุ๊ป มีแผนระดมทุน 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ มุ่งเป้าไปที่การปรับโครงสร้างหนี้ การรีไฟแนนซ์ เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้ต่ำลง และการบริหารจัดการงบดุลเพื่อปรับปรุงโครงสร้างเงินทุนระยะยาวให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งขณะนี้ได้มีการลงนามในเอกสารข้อตกลงเงื่อนไขการสนับสนุนทางการเงิน (Term Sheet) เป็นที่เรียบร้อยแล้วกับสถาบันการเงินในแถบตะวันออกกลาง และอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ (Due Diligence) โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์และได้รับเงินสดเข้ามาในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม

นอกจากนั้น บริษัทยังคงมุ่งเน้นการจัดหาแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินท้องถิ่นเนื่องจากมีต้นทุนดอกเบี้ยที่ถูกกว่า และไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้ภาคเอกชนที่มีต้นทุนสูง (Private Credit) หรือเงินกู้ระยะสั้น (Bridge Loan) แต่อย่างใด

ส่วนประเด็นสิทธิ์คำสั่งซื้อเครื่องบินใหม่ นายโทนี่ ชี้แจงว่า ใบสั่งซื้อเครื่องบินที่บริษัทถืออยู่นั้นเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างมากในงบการเงิน แต่บริษัทเลือกบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เช่น การส่งมอบเครื่องบินใหม่บางลำในปี 67-68 ให้แก่ผู้ให้เช่า (Lessors) เนื่องจากมองว่าระดับราคาและขนาดที่นั่งของเครื่องบินบางรุ่นในขณะนั้นยังไม่สอดคล้องกับโครงสร้างต้นทุนของสายการบินราคาประหยัด โดยบริษัทมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนมากกว่าการเร่งขยายฝูงบินโดยไม่จำเป็น

*ไทย-มาเลเซีย ฐานสำคัญของแอร์เอเชียกรุ๊ป

นายโทนี่ เปิดเผยถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ โดยระบุว่าแอร์เอเชียกำลัง Return to Roots ด้วยการมุ่งเน้นความแข็งแกร่งในตลาดภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย รวมถึงตลาดเส้นทางบินภายในประเทศของไทยและมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักที่สร้างผลกำไรสูงสุดให้แก่กลุ่มบริษัท

สำหรับเส้นทางบินระยะไกลข้ามทวีป กลุ่มบริษัทได้ปรับเปลี่ยนวิธีการจากการลงทุนบินเอง มาเป็นการสร้างพันธมิตรทางกลยุทธ์กับสายการบินอื่น เช่น การร่วมมือกับสายการบิน Pegasus ในตุรกี เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายเข้าสู่ยุโรป ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมหาศาล

ในด้านการบริหารจัดการฝูงบิน สายการบินมีแผนจะทยอยลดสัดส่วนและปลดระวางเครื่องบินลำตัวกว้างรุ่น Airbus A330 ที่มีการใช้น้ำมันสูง แล้วเร่งทดแทนด้วยเครื่องบินลำตัวแคบที่มีประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงสูง เช่น Airbus A321LR, A321XLR และการนำเครื่องบินขนาด 150180 ที่นั่งอย่าง Airbus A220 เข้ามาเสริมทัพ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการเส้นทางบินและควบคุมต้นทุนให้ต่ำที่สุด

นอกจากนี้ ในด้านการบริหารงาน นายโทนี่ยืนยันถึงแผนการส่งมอบตำแหน่งผู้นำ (Succession Plan) ให้แก่บริหารรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญ โดยตัวเขาเองจะทำหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษาเพื่อนำประสบการณ์มาช่วยพากลุ่มบริษัทผ่านพ้นช่วงวิกฤต และยืนยันว่าจะไม่กลับมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) อีกต่อไป

*เผชิญความท้าทายต้นทุนน้ำมัน

จากสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจนกระทบต่อโครงสร้างต้นทุนของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกนั้น นายโทนี่ระบุว่า แม้ราคาตั๋วโดยสารเฉลี่ยของแอร์เอเชียจะปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 40-45% เมื่อเทียบกับระดับก่อนโควิดในปี 2019 แต่ความต้องการเดินทางของผู้โดยสาร (Demand Elasticity) ยังคงเหนียวแน่นและไม่มีสัญญาณของการลดลงของความต้องการบิน (Demand Destruction) เนื่องจากปัจจัยด้านการท่องเที่ยวได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยุคใหม่

อย่างไรก็ดี แอร์เอเชียจะยังคงยึดมั่นในโมเดลสายการบินราคาประหยัด (Low-Cost Carrier) อย่างเคร่งครัด โดยจะไม่พยายามเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจไปเป็นสายการบินที่เน้นบริการเต็มรูปแบบ (Full Service) นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมมือกับ Google ในการนำเทคโนโลยีปัญญาประหยัด (AI) เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบในระบบปฏิบัติการบิน การบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง การจัดการรายได้ และการเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงาน ซึ่งปัจจุบันโครงการพัฒนาด้าน AI และดิจิทัลได้คืบหน้าไปแล้วกว่า 70%

*ฐานแอร์เอเชียในไทยแข็งแกร่ง เดินหน้ารุก MRO

สำหรับผลกระทบต่อรสายการบินไทยแอร์เอเชียนั้น นายโทนี่ได้ส่งสัญญาณบวกที่ชัดเจนว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักที่จะได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของกลุ่ม โดย Capital A มีแผนที่จะทุ่มเงินลงทุนครั้งใหญ่ในประเทศไทย เพื่อก่อสร้าง ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO)รวมถึงการขยายธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ (Cargo)

การลงทุนจัดตั้งศูนย์ MRO ในประเทศไทย ไม่เพียงแต่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย แต่ยังช่วยให้ไทยแอร์เอเชียสามารถลดโครงสร้างต้นทุนการซ่อมบำรุงเครื่องบินลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนสร้างกำไรที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในระยะยาว

นอกจากนี้ นายโทนี่ยังได้กล่าวถึงการปกป้องผลประโยชน์ของสายการบินในไทย โดยการเรียกร้องความเป็นธรรมในสิทธิ์สล็อตการบิน (Slot Allocation) ในตลาดจีน เพื่อไม่ให้สายการบินราคาประหยัดของไทยต้องเสียเปรียบสายการบินเจ้าถิ่น รวมถึงการที่แอร์เอเชียเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันและสนับสนุนการเปิดใช้สนามบินดอนเมืองอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วยลดค่าธรรมเนียมสนามบินและรักษาโครงสร้างต้นทุนที่ต่ำที่สุดสำหรับผู้โดยสาร

นายโทนี่ ได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยความมั่นใจว่า กลุ่มแอร์เอเชียมีความแข็งแกร่งและมีความพร้อมเต็มเปี่ยมในการก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ โดยยืนยันว่าบริษัทมีทีมงานที่เชี่ยวชาญและบุคลากรระดับแนวหน้าที่ยังคงร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเหนียวแน่น

มีเพียงสองทางเลือกในการรับมือกับวิกฤต คือยอมแพ้แล้วนั่งร้องไห้ หรือจะออกไปสู้ นำวิกฤตมาใช้เป็นโอกาสเพื่อให้กลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำ เรามั่นใจว่าจะกลับมาได้อย่างแข็งแกร่ง และสร้างการเติบโตอย่างมหาศาลให้กับเศรษฐกิจของไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย กัมพูชา และฟิลิปปินส์ อย่างแน่นอน นายโทนี่ กล่าวสรุป

*ลุ้นปี 69 พลิกทำกำไร หาก Q4 สปีดแรง

นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น [AAV] (ถือหุ้น 100% สายการบินไทยแอร์เอเชีย) กล่าวว่า ในไตรมาส 3/69 ไทยแอร์เอเชียได้ปรับลดเที่ยวบินกว่า 20% เพราะดีมานด์เดินทางลดลงไปมาก แต่คาดว่าในไตรมาส 4/69 ช่วงไฮซีซั่นจะกลับมาฟื้นและพลิกมีกำไร โดยราคาตั๋วปรับขึ้น 20% ตามดีมานด์ที่แข็งแกร่ง ยอดจองล่วงหน้ายาวไปถึงไตรมาส 1/70 มีประมาณ 86% และบริษัทมีกระแสเงินสดมากกว่า 1 พันล้านบาทเพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจในช่วงไฮซีซั่น

อย่างไรก็ดี แม้เชื่อมั่นผลงานในไตรมาส 4 จะฟื้นตัวกลับมา แต่คาดว่าทั้งปี AAV อาจจะมีกำไรไม่มาก หรืออาจจะไม่มีกำไรเลยก็ได้ เพราะในไตรมาส 2 และ ไตรมาส 3 ประสบผลขาดทุนทั้งต้นทุนน้ำมันสูงขึ้นมากและดีมานด์ลดลง โดยต้นทุนน้ำมันขึ้นไปสูงถึง 50% ของต้นทุนรวมจากปกติสัดส่วนอยู่ที่ 35-40%

ปัจจุบัน ไทยแอร์เอเชีย มีเครื่องบิน 63 ลำ แต่นำมาใช้ทำการบิน 55 ลำ โดยส่วนที่เหลือเข้ารับการซ่อมบำรุงก่อนจะกลับเข้าฝูงบินเริ่มในไตรมาส 4

ขณะที่สายการบินไทยแอร์เอเชียเอกซ์ ปัจจัยบันยังอยู้ระหว่างแผนฟื้นฟูกิจการ แต่เนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้นมาก ทำให้ศาลอนุมัติตามที่ขอให้หยุดชำระหนี้ออกไป 2 ปีก่อนรอให้สถานการณ์กลับมาปกติจะเข้ากระบวนการฟื้นฟูอีกครั้ง โดยปัจจุบันไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์มีเครื่องบิน 7 ลำ และยกเลิกทำการบินที่ เซี่ยงไฮ้ ออสเตรเลีย โดยคงเส้นทางญี่ปุ่น คาซัคสถาน นิวเดลี

สำหรับเส้นทางบินกรุงเทพฯ-เกาหลี ที่ไทยแอร์เอเชียจะหยุดให้บริการตั้งแต่ 25 ต.ค.69 เพราะความนิยมของนักท่องเที่ยวไทยลดลงมาก Cabin Factor ต่ำกว่า 60% ซึ่งเดิม ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ทยอยลดเที่ยวบินจนกระทั่งโอนให้ไทยแอร์เอเชียบินแทน ซึ่งจากนี้คาดว่าจะไม่กลับมาเปิดเส้นทางนี้แล้ว

นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AAV กล่าวว่า ยอดขายตั๋วล่วงหน้าไตรมาส 4/69 สูงถึง 90% และตั๋วราคาแพง ซึ่งปรับตามต้นทุนน้ำมัน ดังนั้น จึงมั่นใจว่าไตรมาส 4/69 ช่วงไฮซีซั่นการเดินทางกลับมาฟื้นตัว และคาดหวังว่าราคาน้ำมันจะไม่พุ่งขึ้นอีก จะช่วยทำให้ผลประกอบการดีขึ้นด้วย โดยราคาตั๋วในประเทศในไตรมาส 2/69 เฉลี่ยที่ 1,600 บาท ซึ่งคาดว่าในไตรมาส 4 ราคาตั๋วปรับเพิ่มขึ้น เพราะเป็นไฮซีซั่นที่มีดีมานด์รองรับ

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ