นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีมาตรการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ในภาคประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศนั้น ธอส. พร้อมสนับสนุนมาตรการดังกล่าวของรัฐบาล โดยได้เตรียมสภาพคล่องเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งวงเงินดังกล่าวเป็นสินเชื่อเพิ่มเติม (On-top) จากเป้าสินเชื่อใหม่ปกติของธนาคารในปี 2569 ที่ 240,000 ล้านบาท โดย ธอส. จะไม่ขอรับเงินชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล
สำหรับสินเชื่อ ของ ธอส. เบื้องต้นกำหนดวงเงินประมาณ 100,000-150,000 บาทต่อราย เป็นสินเชื่อแบบไม่ใช้หลักประกัน ผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยคาดว่าจะมีค่างวดที่ต้องชำระอยู่ที่เดือนละประมาณ 1,000 บาท เหมาะกับการติดตั้งระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ ซึ่งมีต้นทุนราว 140,000-150,000 บาท
ทั้งนี้ ผู้กู้จะต้องเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า โดยจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถขอสินเชื่อได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าเดิมของ ธอส. ส่วนบ้านที่ใช้เป็นโฮมออฟฟิศนั้น ในเบื้องต้นยังไม่ร่วมอยู่ในโครงการ
ธอส. จะเน้นกลุ่มบ้านที่มีค่าไฟเฉลี่ยตั้งแต่ 3,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป เพราะหากใช้ไฟฟ้าต่ำกว่านี้ ก็อาจจะยังไม่คุ้มกับต้นทุนของระบบที่ต้องลงทุน โดยจะพิจารณาข้อมูลการใช้ และชำระค่าไฟจากการไฟฟ้าในช่วง 1-2 ปีย้อนหลัง ว่ามีการใช้ไฟและชำระค่าไฟฟ้าสม่ำเสมอหรือไม่ เนื่องจากต้องการให้สินเชื่อสอดคล้องกับความคุ้มค่าของการติดตั้งระบบ กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าว
พร้อมระบุว่า ธอส. ยังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางนำรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนที่เหลือ กลับเข้าระบบมาช่วยลดภาระค่างวด โดยระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ คาดว่าจะช่วยลดการใช้ไฟ และอาจมีรายได้จากการขายไฟเฉลี่ยประมาณเดือนละ 1,600 บาท ขณะที่ค่างวดสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ รายได้และการประหยัดค่าไฟ ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟและการผลิตไฟของแต่ละบ้าน
สำหรับการให้บริการ ธอส.อยู่ระหว่างประสานกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อจัดระบบให้ประชาชนดำเนินการได้สะดวกในจุดเดียว โดยรายละเอียดโครงการและเงื่อนไขสินเชื่ออยู่ระหว่างการจัดทำ ส่วนอุปกรณ์ติดตั้ง ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ สายไฟ และอุปกรณ์อื่น ๆ ต้องได้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้ากำหนด หากต้องการติดตั้งแบตเตอรี่เพิ่ม ธอส. สามารถพิจารณาสินเชื่อเพิ่มเติมให้ได้ แต่จะไม่รวมในวงเงินหลักของโครงการ
*โชว์ปล่อยสินเชื่อใหม่ 8 เดือนแรกปี 69 แล้ว 1.6 แสนลบ.
นายมหัทธนะ ยังกล่าวถึงภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วง 8 เดือนของปี 2569 (ม.ค.-ส.ค.) ว่า ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้ว 1.6 แสนล้านบาท คิดเป็น 60% ของเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ 2.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปล่อยสินเชื่อเร่วตัวมาตั้งแต่ครึ่งปีแรก ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน (Quick Win) ของรัฐบาล จากปกติที่การปล่อยสินเชื่อจะเร่งตัวในช่วงปลายปี
ขณะที่คาดว่าในส่วนของกำไร จะมีแนวโน้มขยายตัวได้สูงกว่าเป้าหมายที่คณะกรรมการ ธอส. อนุมัติไว้ที่ 8 พันล้านบาท ส่วนแนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปีนี้ คาดว่าจะบริหารจัดการให้อยู่ในระดับ 5%
โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์