มองมุมต่าง: จับตา 23 ก.ย. Singtel พ้น Lock-up เปิดทางบริหารหุ้น GULF ที่เหลือ 4.95%

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday September 22, 2026 14:33 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

วันที่ 23 กันยายน 2569 เป็นอีกหนึ่งวันที่นักลงทุนในหุ้น บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ [GULF] ควรจับตา เพราะเป็นวันครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้น 90 วัน หรือ Lock-up Period ของ Singtel จากก่อนหน้านี้ที่ได้ขายหุ้น GULF ล็อตใหญ่ออกมาแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 Singtel ขายหุ้น GULF ผ่านรายการ Big Lot จำนวน 416 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2.8% ของหุ้นทั้งหมด ที่ราคาเฉลี่ย 59 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่าประมาณ 24,544 ล้านบาท หลังจบรายการ Singtel ยังถือหุ้น GULF เหลือประมาณ 739 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 4.95%

เงื่อนไขของการขายครั้งนั้นกำหนดให้ Singtel ไม่สามารถขายหุ้น GULF เพิ่มเติมเป็นเวลา 90 วัน โดยระยะเวลาดังกล่าวจะครบกำหนดในวันที่ 23 กันยายน 2569 นั่นหมายความว่า หลังจากวันดังกล่าว Singtel จะกลับมามีอิสระในการขายหุ้น GULF ส่วนที่เหลืออีก 4.95% ตามแผนกลยุทธ์ของบริษัท

ประเด็นที่ตลาดต้องจับตา ไม่ได้มีเพียงการพ้น Lock-up แต่ยังรวมถึงสัดส่วนการถือหุ้นที่เหลือต่ำกว่า 5% เพราะเกณฑ์การรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์แบบ 246-2 ของสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดจุดรายงานเมื่อสัดส่วนการถือครองเปลี่ยนแปลงผ่านทุกระดับ 5% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมด

ดังนั้น หาก Singtel ขายหุ้นจากระดับ 4.95% ลงไปอีก โดยไม่ได้ทำให้สัดส่วนข้ามจุดรายงานอื่นตามเกณฑ์ ก็ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ 246-2 จากการขายแต่ละครั้งอีกต่อไป นักลงทุนจึงอาจไม่สามารถติดตามการลดสัดส่วนได้รวดเร็วและชัดเจนเหมือนตอนที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ยังถือหุ้นเกิน 5%

เหตุผลที่ตลาดกังวลว่า Singtel อาจขายหุ้นเพิ่มเติม มาจากยุทธศาสตร์ Asset Recycling ภายใต้แผน Singtel28 ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ของ Singtel ที่ตั้งเป้าหมายถึงปีการเงิน 2028 ในนำเงินทุนออกจากสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เพื่อนำกลับไปลงทุนในธุรกิจที่บริษัทให้ความสำคัญมากกว่า โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และธุรกิจโทรคมนาคม

การขายหุ้น GULF ครั้งก่อนจึงไม่ได้เกิดจากมุมมองต่อผลประกอบการของ GULF เพียงอย่างเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรเงินทุนของ Singtel ในระดับกลุ่มบริษัท

หลังพ้นวันที่ 23 กันยายน จึงมีความเป็นไปได้หลายทาง ตั้งแต่ Singtel ยังคงถือหุ้น GULF ต่อไป หรือ ขายหุ้นบางส่วนในกระดาน ทำรายการ Big Lot ให้แก่นักลงทุนสถาบัน หรือขายหุ้นที่เหลือทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม หาก Singtel ต้องการขายหุ้นที่เหลือทั้งหมดประมาณ 739 ล้านหุ้น ปริมาณดังกล่าวถือว่าใหญ่กว่าล็อตที่ขายไปเมื่อเดือนมิถุนายนถึง 1.8 เท่า จึงอาจสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาต่อราคาหุ้น โดยเฉพาะหากตลาดคาดว่าจะต้องมีส่วนลดจากราคากระดานเพื่อจูงใจผู้ซื้อรายใหญ่

แต่ในทางกลับกันที่เป็นมุมบวก รายการ Big lot เดือนมิถุนายนสะท้อนว่าหุ้นจำนวน 416 ล้านหุ้น สามารถถูกดูดซับได้ในราคาที่มีส่วนลดจากราคาปิดเพียงประมาณ 2-4% ซึ่งนักวิเคราะห์ในขณะนั้นมองว่าเป็นสัญญาณของความต้องการจากนักลงทุนสถาบันที่ค่อนข้างแข็งแรง หากเกิดรายการใหม่และมีผู้ลงทุนระยะยาวรับซื้อได้ทั้งหมด แรงกดดันด้านปริมาณหุ้นอาจจบลงเร็วกว่าการทยอยขายผ่านกระดาน

สำหรับนักลงทุน สิ่งที่ควรติดตามหลังวันที่ 23 กันยายน ได้แก่ ปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ รายการ Big Lot ขนาดใหญ่ ส่วนลดของราคาซื้อขายเมื่อเทียบกับราคากระดาน ตลอดจนข่าวการบริหารเงินทุนของ Singtel เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าสัดส่วนหุ้น GULF ที่เหลือจะถูกถือต่อ หรือขายออก

การพ้น Lock-up ของ Singtel เป็นปัจจัยกดดันด้านอุปทานหุ้นและ Sentiment ในระยะสั้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงกำไรหรือพื้นฐานการดำเนินงานของ GULF โดยตรง นักลงทุนจึงไม่ควรตื่นตระหนกเพียงเพราะครบกำหนด 90 วัน แต่ก็ไม่ควรมองข้ามความเสี่ยงจากหุ้นก้อนใหญ่ประมาณ 4.95% ที่นับจากนี้สามารถถูกนำออกมาขายได้ตลอดเวลา เพราะประตูการขายได้เปิดขึ้นแล้ว และหุ้น GULF อีกประมาณ 739 ล้านหุ้นจะกลายเป็น Overhang ที่นักลงทุนควรจะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

โดย ธิติ ภัทรยลรดี

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ