รัฐมนตรีการค้าแคนาดาเปิด เผยในวันนี้ (22 ก.ย.) ว่า การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) แยกฉบับระหว่างแคนาดากับกลุ่มประเทศอาเซียน และระหว่างแคนาดากับฟิลิปปินส์ มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 90% โดยรัฐบาลแคนาดาตั้งเป้าผลักดันให้ทั้งสองข้อตกลงแล้วเสร็จทันการเดินทางเยือนกรุงมะนิลาของนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ในเดือนพ.ย. นี้
มานินเดอร์ สิทธู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศของแคนาดา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ นอกรอบการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า ทั้งสองฝ่ายต่างมีความกระตือรือร้นและความมุ่งมั่นร่วมกันอย่างเต็มที่เพื่อผลักดันให้บรรลุข้อตกลง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเจรจา
การเดินหน้าข้อตกลงทางการค้าในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สำคัญของแคนาดา ในการกระจายคู่ค้าและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มสูงขึ้น
สิทธูกล่าวว่า การกระจายความสัมพันธ์ทางการค้าคือแผนหลักของแคนาดามาโดยตลอด ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กับประเทศคู่ค้าเดิม และการกระชับความร่วมมือกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ รวมถึงไม่ได้มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ
สิทธูระบุเพิ่มเติมว่า ด้านพลังงานถือเป็นจุดแข็งและข้อเสนอสำคัญที่สุดที่แคนาดาสามารถสนับสนุนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ โดยเฉพาะขีดความสามารถในการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่กลุ่มประเทศในภูมิภาคกำลังต้องการกระจายแหล่งเชื้อเพลิงเพื่อลดผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจุบันแคนาดามีโครงการ LNG มากกว่า 5 โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งทั้งหมดมุ่งเป้าไปที่การป้อนตลาดเอเชีย
ทั้งนี้ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมากต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน และกำลังเผชิญกับภาระต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงความกังวลด้านอุปทานจากผลกระทบของการหยุดชะงักในการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ของการค้าน้ำมันและก๊าซของโลก
แคนาดาสามารถเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพด้านราคาและเสริมความมั่นคงให้กับเส้นทางลำเลียงพลังงานเหล่านี้ สิทธูกล่าว
นอกจากนี้ แคนาดายังได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจลูซอน (Luzon Economic Corridor) ซึ่งเป็นศูนย์กลางภาคการผลิตที่สำคัญบนเกาะใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ พร้อมมองเห็นโอกาสการลงทุนในด้านพลังงาน ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับความต้องการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบริการดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
แม้ว่ารัฐมนตรีการค้าแคนาดาจะไม่ได้ระบุตัวเลขคาดการณ์เม็ดเงินลงทุนที่จะเกิดขึ้นจากข้อตกลง FTA กับฟิลิปปินส์ แต่ชี้ว่าข้อตกลงการค้าเสรีลักษณะนี้จะเป็นสัญญาณบวกจากภาครัฐ และช่วยกระตุ้นให้ภาคเอกชนมั่นใจในการเดินหน้าโครงการลงทุนใหม่ ๆ ตลอดจนการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันในอนาคต
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช