ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ปรับประมาณการ EPS ของ บมจ.สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง [SPRC] ในปี 69-71 ขึ้น 3.1%, 37.1% และ 7.4% ตามลำดับ หลังปรับเพิ่มสมมติฐาน GRM เป็น 13.5, 9.5 และ 9.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ประมาณการ EBITDA ที่สูงขึ้นส่งผลให้ราคาเป้าหมายของ SPRC เพิ่มขึ้นเป็น 16.5 บาท ซึ่งจะเท่ากับ EV/EBITDA 7 เท่าในปี 69 (เทียบค่าเฉลี่ยในเอเชียที่ 6-8 เท่า)
ขณะที่ยังแนะนำ ซื้อ SPRC เพราะคาดว่าบริษัทจะยังมี GRM แข็งแกร่งในปี 70 จากอุปทานน้ำมันดีเซลที่ตึงตัวในเอเชีย
อีกทั้งยังเห็นจังหวะดีที่จะเข้าซื้อหุ้นหากราคาหุ้นปรับตัวลงจากความกังวลต่อกำไรสุทธิไตรมาส 4/69 ที่อาจอ่อนตัวจากต้นทุนที่สูงขึ้น โดย SPRC อาจมี upside risk หาก crack spread น้ำมันดีเซลสูงกว่าคาด ส่วน downside risk จะมาจากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ต่ำกว่าคาดของโรงกลั่น
ทั้งนี้ CGSI ประเมินว่าค่าการกลั่นตลาด (GRM) ของ SPRC น่าจะลดลงจาก 23.7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาส 2/69 เหลือ 14.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 69 เพราะขาดปัจจัยหนุนจากต้นทุนน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ ซึ่งช่วยหนุน GRM ในเดือน เม.ย. 69 อย่างไรก็ตาม มองว่า GRM ยังอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับ 12.8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในไตรมาส 1/69 และ 6.0 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปี 68 ขณะที่คาดว่า SPRC จะบันทึกขาดทุนจากสต็อกน้ำมันจำนวนมากในเดือน ก.ค. 69 แต่หากราคาน้ำมันทรงตัวระดับสูงต่อไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ย.69 เชื่อว่าน่าจะสามารถชดเชยขาดทุนจากสต็อกน้ำมันส่วนใหญ่
ฝ่ายวิเคราะห์ฯ เชื่อว่า ประเด็นหลักที่โรงกลั่นไทย รวมถึง SPRC ยังต้องกังวลในไตรมาส 4/69 คือค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดมากขึ้นในตะวันออกกลาง หลังเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอาจกระทบศักยภาพการส่งออกน้ำมันดิบ โดยอัตราค่าระวางเรือของเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่มาก (VLCC) จากตะวันออกกลางไปสิงคโปร์พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ราว 28 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับ 12 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในเดือน ส.ค.69 และเพียง 4.9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในช่วงก่อนเกิดสงครามในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ.69 ขณะที่ SPRC มีความเสี่ยงจากต้นทุนค่าขนส่งทางทะเลในตลาด spot จึงประเมินว่าค่าขนส่งที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจะเริ่มกดดันกำไรสุทธิตั้งแต่กลางเดือน ต.ค.69 เป็นต้นไป
ต้นทุนอีกส่วนหนึ่งที่น่าจะกดดันผลประกอบการของโรงกลั่นไทยคือ crude premium ของน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนผ่านราคา ICE Abu Dhabi Murban Futures ที่ประมาณ 24 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล MTD จากอุปทานน้ำมันดิบที่ตึงตัวมากขึ้น นอกจากนี้ เชื่อว่าต้นทุนของน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นนอกภูมิภาคตะวันออกกลางมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน เนื่องจากโรงกลั่นในยุโรปอาจเข้ามาแข่งขันในเชิงรุกเพื่อจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นหากซาอุดีอาระเบียยังมีข้อจำกัดในการส่งออกน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม คาดว่า crack spread น้ำมันดีเซลในเอเชียจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในไตรมาส 4/69 ซึ่งจะช่วยให้โรงกลั่นสามารถดูดซับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ขณะที่โรงกลั่นในตะวันออกกลางและรัสเซียยังคงเผชิญกับความท้าทายในการกลับมาเดินเครื่องตามปกติ ดังนั้น ตลาดน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินจึงอาจอยู่ในภาวะตึงตัวเมื่อเข้าสู่ช่วงที่อุปสงค์เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในไตรมาส 4/69 ซึ่งจะช่วยหนุน crack spread