ครม.เคาะงบ 1.55 หมื่นลบ. เดินหน้าประกันภัยพิบัติ ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี

ข่าวทั่วไป Tuesday September 22, 2026 15:56 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ครม.ไฟเขียวงบ 15,500 ล้านบาท ลุยโครงการประกันภัยพิบัติให้ประชาชน คุ้มครองที่อยู่อาศัยราว 30 ล้านหลัง พร้อมความคุ้มครองชีวิตจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.69 ถึง 1 ต.ค.70 มุ่งใช้ระบบประกันภัยช่วยเยียวยาความเสียหายรวดเร็วและทั่วถึงยิ่งขึ้น

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการซื้อประกันภัยพิบัติให้กับประชาชน วงเงินรวม 15,500 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยและกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงความคุ้มครองจากภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยและกรณีเสียชีวิตจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว

การดำเนินการดังกล่าวสืบเนื่องจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 1 ก.ย.69 ที่เห็นชอบในหลักการให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยพิบัติให้แก่ประชาชน และมติ ครม. เมื่อวันที่ 15 ก.ย.69 ที่เห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบกลุ่มและกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุแบบกลุ่ม

พร้อมอนุมัติกรอบวงเงินค่าเบี้ยประกันภัยรวม 15,500 ล้านบาท เพื่อใช้ระบบประกันภัยเป็นกลไกช่วยเหลือและชดเชยความเสียหายจากภัยพิบัติให้ประชาชนได้อย่างครอบคลุม

สำหรับวงเงินดังกล่าว แบ่งเป็นค่าเบี้ยประกันภัยที่อยู่อาศัยแบบกลุ่ม 15,000 ล้านบาท และค่าเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุแบบกลุ่ม 500 ล้านบาท โดยกระทรวงมหาดไทยขอใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 10,000 ล้านบาท และส่วนที่เหลือ 5,500 ล้านบาท ขอใช้จากงบประมาณปีต่อไป พร้อมขออนุมัติก่อหนี้ผูกพันเพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอชำระค่าเบี้ยประกันภัยตลอดระยะเวลาความคุ้มครอง

นางสาวลลิดา กล่าวว่า โครงการนี้จะให้ความคุ้มครองที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลัง ตามข้อมูลจำนวนบ้านของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ณ วันที่ 10 ก.ย.69 รวมถึงคุ้มครองกรณีเสียชีวิตเมื่อเกิดอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ผ่านกลไกการถ่ายโอนความเสี่ยงจากสาธารณภัย (Risk Transfer)

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยดำเนินการจัดหาผู้รับประกันภัยที่มีมาตรฐาน มีความมั่นคง และมีขีดความสามารถเพียงพอ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะต้องตรวจสอบไม่ให้การช่วยเหลือผ่านกรมธรรม์ซ้ำซ้อนกับมาตรการเยียวยาอื่นของภาครัฐ

สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2569 ที่ ครม. เห็นชอบเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 69 ซึ่งกำหนดเงินช่วยเหลือกรณีที่อยู่อาศัยประจำได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท และกรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่มและอุทกภัยโดยตรง รายละ 2,000,000 บาทนั้น กระทรวงมหาดไทยเสนอให้ยังคงจ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวสำหรับภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.30 ก.ย.69 เนื่องจากเป็นช่วงเวลาก่อนกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติฉบับใหม่จะมีผล

ทั้งนี้ นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับประชาชนที่อาจตกหล่นจากฐานข้อมูล โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ผู้ไม่มีทะเบียนราษฎร หรือผู้เช่าอาศัย โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบฐานข้อมูลและแนวทางการเข้าถึงสิทธิ เพื่อให้ความคุ้มครองครอบคลุมและเป็นธรรมมากที่สุด

ขณะเดียวกัน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เห็นควรให้มีการประเมินผลและความคุ้มค่าของระบบประกันภัยภายหลังสิ้นสุดระยะเวลาความคุ้มครอง เพื่อให้ระบบประกันภัยพิบัติดำเนินการได้อย่างยั่งยืนและไม่สร้างภาระทางการคลังในระยะยาว

เป้าหมายสำคัญคือทำให้ประชาชนมีหลักประกันเมื่อเกิดภัยพิบัติ ไม่ต้องรอการพิจารณาเยียวยาเป็นรายเหตุเพียงอย่างเดียว แต่มีระบบประกันภัยเข้ามาช่วยรองรับความเสี่ยง เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง ขณะเดียวกันต้องออกแบบระบบไม่ให้การจ่ายเงินซ้ำซ้อน และใช้งบประมาณของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ นางสาวลลิดา กล่าว

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ