ทาคาอิจิ ร่วมหารือ ทรัมป์ ย้ำพันธมิตรแน่นแฟ้นก่อน สี จิ้นผิง เยือนสหรัฐฯ

ข่าวต่างประเทศ Wednesday September 23, 2026 09:53 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น ได้พบปะกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (22 ก.ย.) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ทวิภาคี ในเวลาเพียงหนึ่งวันก่อนที่ปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน จะเดินทางถึงกรุงวอชิงตันในการเยือนระดับรัฐครั้งแรกในรอบ 11 ปี

รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ในระหว่างการประชุม ณ นครนิวยอร์ก ทาคาอิจิและทรัมป์เห็นพ้องที่จะประสานงานอย่างใกล้ชิดในประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับจีน ซึ่งรวมถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งเห็นพ้องที่จะยกระดับขีดความสามารถในการป้องปรามและการรับมือของพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทาคาอิจิกล่าวกับทรัมป์ว่า สภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ กำลังทวีความตึงเครียดยิ่งขึ้น และเธอต้องการแสดงให้โลกเห็นว่า พันธมิตรของเรามีความแข็งแกร่งเพียงใดผ่านการจัดประชุมร่วมกันอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่ทางการญี่ปุ่นระบุว่า การหารือระหว่างทาคาอิจิกับทรัมป์ที่ใช้เวลาประมาณ 35 นาที ซึ่งจัดขึ้นนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) มีเป้าหมายเพื่อประสานนโยบายเกี่ยวกับจีน และปรับทิศทางนโยบายในประเด็นที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ก่อนการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิง ที่ทำเนียบขาวในวันพฤหัสบดีนี้ (24 ก.ย.)

ทาคาอิจิกล่าวต่อสื่อมวลชนก่อนเริ่มการหารือแบบปิดว่า ต้องขอบคุณความเป็นผู้นำของโดนัลด์ รวมถึงตัวดิฉันเอง ที่ทำให้ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจทวิภาคีของเราในด้านต่าง ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), เซมิคอนดักเตอร์ และแร่ธาตุสำคัญยิ่งยวด ได้รุดหน้าไปอย่างมั่นคง

ด้านทรัมป์ได้กล่าวชื่นชมผู้นำญี่ปุ่นเช่นกัน โดยระบุว่า เธอทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม และเขาได้เฝ้าติดตามคะแนนนิยมในระดับสูงของเธออย่างใกล้ชิด

อุตสาหกรรมในญี่ปุ่นกำลังไปได้ดีมาก ประเทศก็กำลังไปได้ดีมาก มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมาก และถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบปะหารือกับเธอ ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์กล่าวถึงทาคาอิจิว่า เธอเป็นเพื่อนของผม เราได้ทำความรู้จักกันเป็นอย่างดีตลอดช่วงที่ผ่านมา และ เธอจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ยอดเยี่ยม

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างญี่ปุ่นกับจีนตกอยู่ในภาวะหยุดชะงัก นับตั้งแต่ทาคาอิจิได้ส่งสัญญาณเมื่อเดือนพ.ย. ว่า การโจมตีไต้หวันอาจถือเป็นสถานการณ์ที่คุกคามความอยู่รอดของญี่ปุ่น และอาจเป็นเหตุผลให้กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นต้องดำเนินการตอบโต้

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ