สำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ (23 ก.ย.) ว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เห็นพ้องกันว่า การหารือเกี่ยวกับโครงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศมีความคืบหน้าครั้งสำคัญ หลังทั้งสองพบกันเป็นเวลา 30 นาที นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) เมื่อวานนี้ (22 ก.ย.)
วี ซุง-ลัก ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ กล่าวว่า ผู้นำทั้งสองยังเห็นพ้องที่จะกระชับความร่วมมือและเดินหน้าหารือในประเด็นต่าง ๆ ตามแถลงการณ์ร่วมที่ออกหลังการประชุมสุดยอดเมื่อเดือนพ.ย. ปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการแปรรูปเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ การต่อเรือ และการถ่ายโอนอำนาจควบคุมการปฏิบัติการทางทหารในช่วงสงครามจากสหรัฐฯ ให้แก่เกาหลีใต้
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังยืนยันความพร้อมที่จะเปิดการเจรจากับเกาหลีเหนืออีกครั้ง โดยผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะรักษาการติดต่ออย่างใกล้ชิด เพื่อเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ
การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกระทรวงอุตสาหกรรมเกาหลีใต้รายงานต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติเมื่อวานนี้เกี่ยวกับแผนดำเนินงานภายใต้แพ็กเกจการลงทุนมูลค่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์ของสองประเทศ
โครงการดังกล่าวรวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซในรัฐเท็กซัส ซึ่งถูกระบุว่าอาจเป็นโครงการลงทุนแรกของแพ็กเกจนี้ รวมถึงความเป็นไปได้ในการลงทุนด้านพลังงานนิวเคลียร์และโครงการก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในรัฐอะแลสกา
วีกล่าวว่า ปธน.อียังมองว่า การประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-จีนซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีจะมีความสำคัญต่อพัฒนาการในภูมิภาค รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับจีน และแสดงความหวังว่าการประชุมจะประสบความสำเร็จ
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช