สนธิ นำม็อบรวมพลังแผ่นดิน บุกกกต. 25 ก.ย. จี้ฟันคดีฮั้วเลือก สว. เตือนอย่าละเว้นหน้าที่

ข่าวการเมือง Wednesday September 23, 2026 10:31 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นายนิติธร ล้ำเหลือ ตั้งโต๊ะแถลงทิศทางการเคลื่อนไหวใหญ่ รวมพลังแผ่นดิน เอาประเทศไทยของเราคืนมา ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเกี่ยวกับคดีเลือก สว. ณ บ้านพระอาทิตย์

โดยประกาศเชิญชวนภาคประชาชนร่วมลงชื่อและเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. เพื่อเรียกร้องให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กรณีการทุจริตและการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

นายปานเทพ ระบุว่า แม้ กกต. จะมีมติในคดีดังกล่าวไปแล้ว แต่เห็นว่า ยังไม่ครอบคลุมปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบการถ่วงดุลตรวจสอบตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องการให้ สว.มีความเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง เพื่อทำหน้าที่คัดเลือกองค์กรอิสระอย่างโปร่งใส

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มติของ กกต. ละเลยการพิจารณาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สว. มาตรา 62 (ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 226) ซึ่งระบุว่า หากมี หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการทุจริตหรือรู้เห็นกับการกระทำที่ไม่สุจริต ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิสมัครหรือสิทธิเลือกตั้งทันที

นอกจากนี้ นายปานเทพ ยังตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของ กกต. ในการกลับมติโดยอ้างพยานเพียง 3 ปากที่ส่งจดหมายกลับคำให้การ โดยไม่มีการไต่สวนหรือนำไปเทียบเคียงกับหลักฐานสำคัญอื่น อีกทั้งยังไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายกับพยานที่อาจให้การเท็จก่อนหน้านี้

นายปานเทพ ยืนยันว่า ภาคประชาชนจะไม่ยอมให้มีการประนีประนอมหรือตัดตอนความผิดไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด หาก กกต. ยังละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ประชาชนจำเป็นต้องดำเนินการฟ้องร้องและตรวจสอบตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

การยื่นหนังสือถึงกกต.ในวันที่ 25 ก.ย.นี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่า กกต.ส่อเจตนาไม่สุจริต สิ่งที่เรากังวลคือ ถ้าสว.ถูกแทรกแซง ครอบงำและนำไปสู่องค์กรอิสระ แสดงว่า หากต่อไปมีการทุจริตเลือกตั้งก็ถือว่า ไม่ผิด เพราะมีพวกของตัวเองหรือไม่ ต่อไปหากเกิดการทุจริตก็ไม่มีวันผิด เพราะป.ป.ช.ตัดตอนไม่ให้นำเรื่องเข้าสู่ศาล โกงอะไรก็ได้ และหากปล่อยไปแบบนี้แล้วคนไทยยอม แล้วจะเรียกว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร

ก็เท่ากับว่า ฝ่ายการเมืองทำอะไรก็ไม่มีวันผิด ก่อให้เกิดกระบวนการแบบนี้ทำลายการถ่วงดุลตรวจสอบประเทศไทย แล้วประเทศไทยจะอยู่กันอย่างไรนายปานเทพ กล่าว

ทั้งนี้ นายปานเทพ ระบุว่า การยื่นครั้งนี้จะอธิบายให้กกต. ฟังถึงหน้าที่ที่พึงกระทำ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียบเรียงประเด็นให้ครบเพื่อเป็นหลักฐานว่า กกต. ทุจริตต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองหรือไม่

* สนธิ ชี้องค์กรอิสระถูกครอบงำ ปลุกประชาชนเรียกร้องหลักนิติรัฐและนิติธรรม

นายสนธิ กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่ภาคประชาชนจะต้องรวมพลังออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอาหลักนิติรัฐและนิติธรรมของประเทศไทยคืนกลับมา การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายขับไล่รัฐบาล แต่ต้องการชี้ให้เห็นถึงปัญหาการทำงานของรัฐบาล ทั้งเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การช่วยเหลือพรรคพวก รวมถึงพยายามครอบงำกระบวนการขององค์กรอิสระต่างๆ

นายสนธิ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของวุฒิสภา (สว.) ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้ลงมติเลือกกรรมการในองค์กรอิสระทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 4 คน และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อีก 4 คน ซึ่งผลการทำงานขององค์กรอิสระ แม้จะทำในหลักการแต่หลายครั้งค้านสายตาประชาชน และทำให้เกิดข้อสงสัยว่า การใช้กฎหมายทำไปเพื่อความบริสุทธิ์ใจหรือทำเพื่อฟอกขาวให้กับนักการเมือง

ทั้งนี้ นายสนธิยังได้ยกกรณีการชี้มูลของ ป.ป.ช. ในเรื่องของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ว่าเป็นการฟอกขาว ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำวินิจฉัยชี้ความผิดไปแล้ว พร้อมกับตั้งคำถามไปยัง กกต. และ ป.ป.ช. โดยเฉพาะผู้ที่มาจากสายตุลาการหรืออดีตผู้พิพากษา ถึงความซื่อสัตย์ สุจริต ศีลธรรม และความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวอาจสร้างความสะเทือนมาถึงภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรมและศาลสถิตยุติธรรมทั้งหมด

คำถามคือ เราจะเอาการเมืองที่เน่าและเป็นขยะแบบนี้มาใส่ตัวเราไปตลอดชีวิตหรือย่างไร เหมือนเป็นการตั้งราชวงศ์การเมือง ที่ไม่มีใครเข้าโค่นได้ ความถูกต้องไม่สำคัญ สำคัญคือจะเอายังไงนายสนธิ กล่าว

นายสนธิ ย้ำว่า วันนี้ตนสู้โดยการใช้พลังของประชาชน ลุกขึ้นมาต่อต้าน กดดันให้รัฐบาลทำงานในสิ่งที่ควรทำ โดยไม่สนใจว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดถ้าเข้ามาทำหน้าที่ เราสนใจว่าเพียงแต่ว่า มีหลักนิติรัฐ นิติธรรม ที่ทำให้กับประเทศหรือไม่ และทำงานไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ จะเป็นพรรคการเมืองใดก็ได้ไม่สนใจ คือขอให้พลังประชาชนเข้มแข็ง เพื่อกดดันรัฐบาลไม่ว่าใครเป็นหัวหน้าพรรค

นายสนธิ กล่าวว่า ตอนนี้ประชาชนอึดอัดใจแต่ขาดความกล้าหาญ พวกเราจึงต้องเสียสละอออกมา และให้เขาด้อยค่า แต่เราทำทุกอย่างด้วยความเสียสละกล้าหาญ และย้ำว่าตนไม่ล้มรัฐบาล

นายสนธิ กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้วัดที่จำนวนคน วัดที่ความมุ่งหมาย เพื่อให้คนในประเทศรับรู้ว่า ยังมีประชาชนที่ไม่ยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ และการประท้วงของเราจะเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆโดยไม่หยุด ซึ่งในวันที่ 26 ก.ย. ตนพร้อมด้วย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, นายนิติธร ล้ำเหลือ และนายพิชิต ไชยมงคล จะเดินทางลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อพบปะกับมวลชนในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งจากหาดใหญ่, ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

ทั้งนี้ ตนตั้งใจจะเดินสายสร้างความเข้าใจให้ประชาชนทั่วประเทศตลอดชีวิต จนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างบรรทัดฐานนิติรัฐ นิติธรรมขึ้นมาใหม่

ทั้งนี้ หากการเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ แต่รัฐบาลอาจคิดว่า ก็ยังอยู่ได้เช่นกัน นายสนธิ กล่าวว่า เชื่อว่าเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ แรงสะท้อนจะส่งกลับไปยังรัฐบาลแน่นอน และหากไม่มีการแก้ไขใดๆทั้งสิ้น วันหนึ่งเราอาจมีการรวมตัวครั้งใหญ่ทั่วประเทศ

สนธิไม่ได้อะไรจากอนุทินหรือไม่ เมื่อไม่ให้จึงโกรธ เหมือนเมื่อ 22 ปีที่แล้ว สนธิเคยขอทักษิณช่วย แต่ทักษิณไม่ช่วยจึงโกรธ ซึ่งมุกพวกนี้เป็นมุกห่วยๆ แต่ยังทันสมัยและใช้ได้ดีตลอดเวลา ซึ่งขอให้จับตาดูคดีโกงสอบท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับที่ปรึกษานายกฯ อาจต้องสละให้ถูกกล่าวหาไปและจะไปหยุดที่ ป.ป.ช. นายสนธิ กล่าว

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ