นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) พร้อมร่วมพิธีลั่นระฆังเปิดการซื้อขาย (Opening Bell) ประชาสัมพันธ์ศักยภาพ และความพร้อมของไทยต่อหน้านักลงทุนระดับโลก โดยเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 3 ที่เข้าร่วมพิธีดังกล่าว
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ความร่วมมือ SET NYSE ช่วยให้บริษัทไทยเข้าถึงนักลงทุนและแหล่งเงินทุนระดับโลก สนับสนุนการระดมทุน การขยายธุรกิจ และการลงทุนข้ามพรมแดน ขณะเดียวกัน ก็เปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างประเทศเห็นศักยภาพของบริษัทไทยและอุตสาหกรรมใหม่ ๆ มากขึ้น ดึงดูดเงินลงทุน เทคโนโลยี และการลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศไทย
โดยนายกรัฐมนตรีมองว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ เป็นมากกว่าข้อตกลงระหว่างตลาดหลักทรัพย์สองแห่ง แต่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา รวมถึงทำให้ตลาดทุนสองประเทศมีความใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น
ขณะที่ สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทย นิวยอร์กคือ หัวใจสำคัญของการเงินโลก ความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่าง NYSE และ SET จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่บริษัทและนักลงทุนในทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งกระชับความเชื่อมโยงของตลาดและส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนให้มากยิ่งขึ้น การลงนามในวันนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนศักยภาพดังกล่าวให้กลายเป็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรีต้องการเปลี่ยนความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง ทั้งการลงทุน การขยายธุรกิจ และการสร้างงาน เพื่อส่งต่อประโยชน์สู่ประชาชนไทย นายเอกภพ ระบุ
*วางกรอบ Dual Listing ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์และดัชนี
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า MOU ครอบคลุมความร่วมมือ 5 ด้าน ได้แก่ 1) การจดทะเบียนหลักทรัพย์ทั้งสองตลาดพร้อมกัน (Dual Listing) 2) การพัฒนาและการจดทะเบียนข้ามตลาด (Cross listing) ของกองทุน ETF (Exchange-Traded Fund) 3) ข้อมูลตลาดและผลิตภัณฑ์ดัชนี 4) การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้าน ESG และ 5) การแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างสองตลาดหลักทรัพย์
ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงภาคธุรกิจและผู้ลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ พร้อมเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนให้กับบริษัทจดทะเบียนไทย สร้างโอกาสการเข้าถึงผู้ลงทุนสถาบันและแหล่งเงินทุนในตลาดชั้นนำของโลก เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนทั่วโลกเข้าถึงการลงทุนในประเทศไทยได้มากขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มช่องทางการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้แก่บริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในไทย สอดรับกับโครงการ BOI to IPO ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าว สะท้อนความมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และเชื่อมโยงตลาดทุนไทยเข้ากับโอกาสใหม่ ๆ ตามวิสัยทัศน์การเป็นเส้นทางแห่งความเชื่อมั่นสู่โอกาสของทุกคน The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities นายอัสสเดช กล่าว
นายวิลล์ กูดวิน หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์และกิจการองค์กร ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก กล่าวว่า NYSE ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันดีที่มีมาอย่างยาวนานกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ MOU ฉบับนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการกระชับความร่วมมือระหว่างตลาดทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ออกหลักทรัพย์และผู้ลงทุน เราตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับตลาดหลักทรัพย์ไทย เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวของตลาดทุนไทย
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ NYSE มีความร่วมมือกันมาตั้งแต่ปี 2535 โดยเริ่มจากงานด้านการกำกับดูแลตลาด และพัฒนาความสัมพันธ์ต่อเนื่องมากว่า 3 ทศวรรษจนถึงปัจจุบัน ที่ขยายขอบเขตการทำงานร่วมกันจนเกิดข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน