รัฐบาลวางแผนรับมือฝนหนักภาคกลาง เร่งบริหารน้ำเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมดูแลประชาชนตลอด 24 ชม.

ข่าวทั่วไป Friday September 25, 2026 15:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์ฝน และระดับน้ำในพื้นที่ภาคกลางอย่างใกล้ชิด โดยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านการพยากรณ์ และแจ้งเตือน การบริหารจัดการน้ำ การเตรียมเครื่องจักรกลและกำลังเจ้าหน้าที่ ตลอดจนการดูแลประชาชนในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงวันที่ 2427 กันยายน 2569 ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ และฝนตกหนักมากบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นประจำ ติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศ และประกาศของทางราชการอย่างใกล้ชิด

ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์ฝนและน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในบางพื้นที่ของจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี พร้อมให้ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ เส้นทางระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงเตรียมบุคลากรและเครื่องจักรให้พร้อมสนับสนุนพื้นที่หากมีความจำเป็น

ขณะที่กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 06.00 น. เขื่อนเจ้าพระยามีน้ำไหลผ่าน 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมรับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก 242 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และฝั่งตะวันตก 269 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยบริหารปริมาณน้ำในระบบ

นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 1420 กันยายน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำสำหรับรองรับการระบายน้ำหลาก จำนวน 12 เครื่อง ในพื้นที่นครปฐม ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี และสมุทรสาคร

สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักร และกำลังเจ้าหน้าที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประสาน 70 จังหวัด กรุงเทพมหานคร และศูนย์ ปภ. เขต ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเปิด War Room ส่วนกลางเพื่อติดตามและประสานการปฏิบัติงานกับพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ศูนย์ ปภ. เขต 2 สุพรรณบุรี ได้ทยอยส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยไปเตรียมพร้อมในพื้นที่กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และอ่างทอง เพื่อให้สามารถสนับสนุนพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วหากสถานการณ์มีความจำเป็น

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินมาตรการป้องกันในจุดสำคัญ โดยระดมกำลังทหารและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนเสริมแนวป้องกันน้ำบริเวณวัดกษัตราธิราชวรวิหาร และติดตามการติดตั้งแนวป้องกันบริเวณวัดไชยวัฒนาราม พร้อมเตรียมศูนย์พักพิง หน่วยแพทย์ และกำลังสนับสนุนไว้ล่วงหน้า

นอกจากนี้ หน่วยงานในพื้นที่อำเภอผักไห่ ได้ลงพื้นที่ติดตามระดับน้ำและตรวจสอบแนวคันป้องกัน พร้อมดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางและมอบถุงยังชีพ รวมทั้งเตรียมกำลังช่วยเหลือประชาชนเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหากมีความจำเป็น โดยมีสำนักงาน ปภ. จังหวัด โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมดำเนินการ

น.ส.ลลิดา ย้ำว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า ทั้งการบริหารน้ำ การแจ้งเตือน การเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อให้สามารถเข้าดูแลประชาชนได้อย่างรวดเร็วหากมีความจำเป็น

รัฐบาลขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการอย่างต่อเนื่อง และไม่ตื่นตระหนก โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรเตรียมความพร้อมตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ น.ส.ลลิดา กล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ประเมินสถานการณ์ตามข้อมูลจริงอย่างต่อเนื่อง และปรับการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับปริมาณฝนและน้ำในแต่ละพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และการลดผลกระทบต่อประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา สทนช. กรมชลประทาน ปภ. และหน่วยงานในพื้นที่เป็นหลัก

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ