พิพัฒน์ ตั้งศูนย์ ศอฉ.คค. รับมืออุทกภัย 24 ชม. บูรณาการ บก-ราง-น้ำ-อากาศ ช่วยประชาชนทันที

ข่าวทั่วไป Saturday September 26, 2026 20:46 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วน พร้อมจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเผชิญสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วนฉุกเฉิน (ศอฉ.คค.) หรือ War Room เพื่อเป็นศูนย์กลางบัญชาการ ประสานข้อมูล และบูรณาการทรัพยากรของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ได้สั่งการให้ ศอฉ.คค. และทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินการอย่างเร่งด่วน เป้าหมายสำคัญคือ ประชาชนต้องเดินทางได้อย่างปลอดภัย และต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนถูกตัดขาดจากระบบคมนาคม พร้อมกำหนดแนวทางสำคัญ ดังนี้

1. ทำ Mapping กลางของกระทรวงคมนาคม รวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนว่า เส้นทางใดเปิดปิด จุดใดมีน้ำท่วมสูง รถประเภทใดสามารถผ่านได้ เส้นทางเลี่ยงอยู่ที่ใด รวมถึงจุดที่มีรถช่วยเหลือและช่องทางขอรับความช่วยเหลือ โดยเฉพาะทางยกระดับ ทางพิเศษ และมอเตอร์เวย์ ต้องแจ้งให้ครบทั้ง ขึ้นตรงไหนได้ลงตรงไหนได้ทางลงใดใช้ไม่ได้ ไม่ใช่แจ้งเพียงว่าเส้นทางเปิด เพื่อป้องกันรถสะสมบนเส้นทาง

2. ห้ามปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจเสี่ยงผ่านจุดน้ำท่วมด้วยตนเอง พื้นที่ที่มีระดับน้ำสูงหรือไม่ปลอดภัยต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ มีป้ายและสัญญาณเตือน และปิดช่องจราจรหรือปิดเส้นทางทันทีเมื่อจำเป็น

พร้อมให้กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การทางพิเศษฯ และทุกหน่วยงานที่มีพื้นที่ก่อสร้าง ตรวจสอบระบบระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวาง และทำเครื่องหมายเตือนหลุม ท่อ หรือสิ่งกีดขวางที่อาจมองไม่เห็นเมื่อน้ำท่วม

3. บูรณาการรถสูงช่วยประชาชนในเส้นทางที่รถปกติเข้าไม่ได้ โดยนำรถจากกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานอื่นเข้าช่วย ขสมก. หากรถของกระทรวงไม่เพียงพอให้ประสานกองทัพเพิ่มเติม และในกรณีนำรถจากหน่วยงานอื่นเข้าไปวิ่งในเส้นทาง ขสมก. ให้ ขสมก. จัดเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญพื้นที่ขึ้นรถไปด้วย

4. สำรวจพื้นที่จอดรถว่างของทุกหน่วยงาน และส่งข้อมูลเข้าสู่วอร์รูมเพื่อจัดทำฐานข้อมูลกลางสำหรับแจ้งประชาชน พื้นที่ใดยังสามารถรองรับรถได้ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

5. รวมบัญชีรถเรือเครื่องจักรทั้งกระทรวง ให้ทุกหน่วยงานแจ้งจำนวน ที่ตั้ง สถานะความพร้อม และผู้รับผิดชอบของรถ เครื่องจักร เรือ เครื่องสูบน้ำ รถยก รถลาก และอุปกรณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เมื่อมีการร้องขอสามารถเลือกทรัพยากรที่อยู่ใกล้พื้นที่ที่สุดและสั่งเข้าสนับสนุนได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเคลื่อนทรัพยากรทั้งหมดเข้ากรุงเทพฯ พร้อมให้หน่วยงานในรัศมีประมาณ 300400 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ เตรียมกำลังและเครื่องจักรพร้อมสนับสนุน

6. กระทรวงคมนาคมต้องเป็นหน่วยสนับสนุน และต้องไม่ทำงานซ้ำซ้อนกับพื้นที่ โดยให้กรุงเทพมหานคร จังหวัด และท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพหลักในการบริหารสถานการณ์ในพื้นที่ ขณะที่กระทรวงคมนาคมสนับสนุนรถ เรือ เครื่องจักร และกำลังทันทีเมื่อได้รับการประสาน หากทรัพยากรไม่เพียงพอให้ประสานกองทัพและหน่วยงานภายนอกเพิ่มเติม

7. ดูแลผู้โดยสารทางอากาศตั้งแต่ก่อนออกจากบ้าน ให้หน่วยงานด้านการบินประสานสายการบิน เอเยนต์จำหน่ายบัตรโดยสาร และบริษัททัวร์ แจ้งเตือนผู้โดยสารให้เดินทางมายังสนามบินเร็วกว่าปกติและเผื่อเวลา เนื่องจากแม้เที่ยวบินยังให้บริการ แต่เส้นทางภาคพื้นดินเข้าออกสนามบินอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

8. วอร์รูมต้องไม่แก้เฉพาะเหตุวันนี้ แต่ต้องมองสถานการณ์ล่วงหน้า โดยติดตามทิศทางน้ำและมวลน้ำร่วมกับหน่วยงานบริหารจัดการน้ำ เพื่อประเมินพื้นที่เสี่ยงและแจ้งเตือนหน่วยงานคมนาคมล่วงหน้า

พร้อมเตรียม เส้นทาง Rescue สำหรับเจ้าหน้าที่และรถช่วยเหลือ เส้นทางขนส่งอาหาร น้ำดื่ม ยา และเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย ตลอดจนเส้นทางสำรองสำหรับประชาชน เพื่อไม่ให้ชุมชนถูกตัดขาดจากระบบคมนาคม

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ ย้ำว่า การประชาสัมพันธ์ต้องทำเป็นภาพรวมเดียวทั้งบกรางน้ำอากาศ และเป็นข้อมูลที่ประชาชนนำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่เดินทางได้ จุดที่ต้องหลีกเลี่ยง รถสาธารณะที่ยังให้บริการ จุดจอดรถ จุดรับส่งผู้ประสบภัย และช่องทางขอความช่วยเหลือโดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุด้านคมนาคมผ่าน สายด่วน 1256 เพื่อประสานการช่วยเหลือต่อไป

โดย ฐานิสร์ ทองนอก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ