สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยในวันนี้ (28 ก.ย.) ว่า กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนปรับตัวขึ้นเพียง 4.2% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว และชะลอตัวลงจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 11.2%
ทั้งนี้ กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนชะลอตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 นับจากเดือนเม.ย.ที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งถึง 24.7% เนื่องจากผู้ผลิตของจีนยังคงเผชิญกับอุปสงค์ของผู้บริโภคที่ซบเซาลงเป็นเวลานาน รวมถึงต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนในช่วง 8 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ส.ค.) กำไรของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมจีนปรับตัวขึ้น 15.7% ชะลอตัวลงจากระดับ 17.6% ในช่วง 7 เดือนแรกของปี (ม.ค.-ก.ค.)
ข้อมูลดังกล่าวได้จากการสำรวจบริษัทภาคอุตสาหกรรมที่มีรายได้จากธุรกิจหลักอย่างน้อย 20 ล้านหยวนต่อปี (ประมาณ 2.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
อวี้ เว่ยหนิง นักวิเคราะห์ของ NBS ระบุว่า การชะลอตัวของกำไรภาคอุตสาหกรรมในเดือนส.ค.เป็นผลมาจากฐานเปรียบเทียบที่สูงในปีที่แล้ว พร้อมเสริมว่า อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ โดยมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของกำไรในภาคอุตสาหกรรมเกือบ 2 ใน 3 ของการขยายตัวโดยรวมในช่วง 8 เดือนแรกของปี ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบมีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตในสัดส่วน 6.2 จุดเปอร์เซ็นต์
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข