ภาวะตลาดหุ้นไทย:ปิดลบ 8.07 จุด เผชิญแรงขายกลุ่มแบงก์-บอนด์ยีลด์นิวไฮกดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

ข่าวหุ้น-การเงิน Tuesday September 29, 2026 17:12 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

SET ปิดที่ 1,594.30 จุด ลดลง 8.07 จุด (-0.50%) มูลค่าซื้อขาย 79,098.74 ล้านบาท นักวิเคราะฯ เผยหุ้นไทยวันนี้แกว่งลบเผชิญแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์หลังอัพไซด์เริ่มจำกัด ผสานปัจจัยลบต่างประเทศ บอนด์ยีลด์เร่งตัวทำสถิติใหม่ตามราคาน้ำมันเพิ่มความกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย แต่หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ดีดขึ้นโดดเด่นช่วยพยุงตลาด แนวโน้มพรุ่งนี้ตลาดมีโอกาสอ่อนตัวตามตลาดโลก เกาะติดตามดัชนี PCE สหรัฐฯ ประเมินกรอบแนวรับ 1,585 จุด แนวต้าน 1,600 จุด

ตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้ปิดที่ 1,594.30 จุด ลดลง 8.07 จุด (-0.50%) มูลค่าซื้อขาย 79,098.74 ล้านบาท

การซื้อขายวันนี้เคลื่อนไหวในแดนลบ โดยทำจุดต่ำสุด 1,591.47 จุด และจุดสูงสุด 1,602.71 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 139 หลักทรัพย์ ลดลง 295 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 203 หลักทรัพย์

นายณรงค์เดช จันทรไพศาล,IAA ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า กล่าวว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ดัชนีแกว่งในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ โดยมีแรงขายในหุ้นกลุ่มธนาคาร ที่ก่อนหน้าปรับตัวขึ้นมาระดับหนึ่งและอัพไซด์เริ่มจำกัด ขณะเดียวกันบรรยากาศการลงทุนในต่างประเทศเป็นลบ จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) เร่งตัวขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นและทิศทางราคาน้ำมันยังไม่แน่นอน ส่งผลให้เกิดความกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยในระยะถัดไป กดดันบอนด์ยีลด์ และสินทรัพย์เสี่ยง

อย่างไรก็ตามวันนี้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวขึ้โดดเด่น อาทิ DELTA KCE HANA แต่กลุ่มอื่น ๆ ปรับลงกดดันดัชนี

แนวโน้มวันพรุ่งนีคาดดัชนีอ่อนตัวลงตามตลาดโลก โดยนักลงทุนรอติดตามการเปิดเผยตัวเลข PCE ประจำเดือนส.ค. ของ สหรัฐฯ วันพรุ่งนี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย ซึ่งคาดว่า Core PCE +0.3% MoM และ +3.4% YoY ซึ่งหากเงินเฟ้อยังเพิ่มขึ้นระยะสั้นกดดันยังเป็นปัจจัยกดดันได้ ทั้งนี้ปัจจุบันเครื่องมือ FED Watch Tool พบว่าตลาดคาดการณ์ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนแตะระดับ 5% ในเดือน มิ.ย. 70 สะท้อนว่าตลาดมองเชิงลบมากขึ้น ซึ่งหากตัวเลขเงินเฟ้อน้อยกว่าคาด หรือราคาน้ำมันย่อตัว อาจทำให้ตลาดคลายความกังวล อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

โดยให้กรอบแนวรับ 1,585 จุด และแนวต้าน 1,600 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์

หลักทรัพย์ล่าสุดเปลี่ยนแปลงมูลค่า AOM (000 บาท)
DELTA262.00+3.00 (+1.16%)7,813,956.50
KBANK242.00-10.00 (-3.97%)6,948,465.80
PTT42.00-0.50 (-1.18%)4,709,754.35
KTB43.25-0.50 (-1.14%)4,612,724.90
KCE75.25+7.50 (+11.07%)3,691,454.68

โดย วรินทร ศิรินอก


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ