ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (5 ต.ค.) หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีโรงงานของบริษัท ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ในกรุงริยาด และแหล่งน้ำมันคูไรส์ (Khurais) ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการผลิตของซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ปรับตัวขึ้น 81 เซนต์ หรือ 0.79% แตะที่ระดับ 103.06 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมัน WTI WTI [WTI.X] ปรับตัวขึ้น 46 เซนต์ หรือ 0.50% แตะที่ 91.57 ดอลลาร์/บาร์เรล
กลุ่มฮูตีได้ก่อเหตุโจมตีโรงงานของอารัมโกในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย โดยใช้ทั้งขีปนาวุธและโดรน โดยฮูตีอ้างว่าการโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อตอบโต้ที่ซาอุดีอาระเบียเปิดฉากโจมตีกรุงซานาและจังหวัดอื่น ๆ ของเยเมน
รายงานการโจมตีล่าสุดนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นระหว่างซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตี โดยกลุ่มฮูตีได้ยกระดับการโจมตีเมืองต่าง ๆ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบียอย่างต่อเนื่อง
กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้จุดชนวนความขัดแย้งกับซาอุดีอาระเบียขึ้นมาอีกครั้งนับตั้งแต่ประกาศปิดล้อมท่าเรือทะเลแดงของซาอุดีอาระเบียในเดือนก.ค. และได้ส่งโดรนและขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานหลายครั้งในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากนั้น ซึ่งรวมถึงการโจมตีเรือสินค้าและเรือขนส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารของซาอุดีอาระเบียในช่องแคบบับเอลมันเดบ
ทั้งนี้ เยเมนตกอยู่ในความขัดแย้งนับตั้งแต่ปลายปี 2557 เมื่อกลุ่มกบฏฮูตีสามารถยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศ รวมทั้งกรุงซานา ซึ่งเป็นเมืองหลวง กระทั่งในปี 2558 กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียได้เข้ามาแทรกแซงทางทหาร เพื่อสนับสนุนรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ
ต่อมา สหประชาชาติได้เข้าไกล่เกลี่ยจนมีการบรรลุข้อตกลงพักรบในเดือนเม.ย. 2565 และข้อตกลงได้สิ้นสุดลงในอีก 6 เดือนต่อมาโดยไม่มีการต่ออายุอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี การหยุดยิงโดยพฤตินัยที่เปราะบางยังคงดำเนินต่อไปเป็นเวลาหลายปี ก่อนที่สถานการณ์จะกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
โดย รัตนา พงศ์ทวิช