สนข. กางแผนเพิ่มสัดส่วนขนส่งสาธารณะ เพิ่ม Feeder-Sky Walk แก้อุปสรรคเดินทาง เก็บค่าธรรมเนียมรถติดหนุน

ข่าวเศรษฐกิจ Monday October 26, 2026 17:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ดำเนินการศึกษาพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อยกระดับความสะดวกในการเดินทางตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้บริการเป็น 40% ภายในปี 2570 และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าขึ้นเป็น 4.5 ล้านคน/เที่ยวต่อวัน

นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นประธานการสัมมนา การศึกษาพัฒนาระบบการคมนาคมเพื่อเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง ครั้งที่ 2

การศึกษานี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน แม้ว่าในปัจจุบันกรุงเทพมหานครจะมีการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าและเพิ่มบริการรถโดยสารอย่างต่อเนื่อง แต่หากประชาชนยังเดินทางเข้าสู่สถานีได้ยาก หรือ เปลี่ยนต่อระหว่างระบบไม่สะดวก รถยนต์ส่วนบุคคลจึงยังคงเป็นทางเลือกสำหรับผู้เดินทางจำนวนมาก ดังนั้นต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่มีโครงข่ายครอบคลุม ให้มีความสะดวกในการเดินทางจากบ้านเข้าสู่ระบบ และการเชื่อมต่อระหว่างระบบ

สนข.ได้ศึกษาพฤติกรรมการเดินทางของผู้ใช้บริการจริง เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น โดยนำการศึกษารับฟังความเห็นจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อปรับขั้นสุดท้ายเพื่อให้แผนสามารถนำไปปฎิบัติได้จริง

ปัจจุบันการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในกทม.และพื้นที่ต่อเนื่อง มีสัดส่วนประมาณ 18% ขณะที่เป้าหมายตามแผนบูรณาการการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง กำหนดกรอบขับเคลื่อน 3 ระยะ ตั้งแต่ปี 2570 2580 เน้นปรับปรุงการเข้าถึงและจุดเชื่อมต่อ พัฒนาระบบ Feeder ต่อยอดโครงข่ายให้ครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมาย ปี 2570 เพิ่มสัดส่วน เป็น 40% จึงเป็นความท้าทาย โดยที่ได้เริ่มดำเนินการคือมาตรการตั๋วร่วม ซึ่งคาดว่า จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้าได้ประมาณ 20% ขณะที่ปริมาณการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑล คาดว่าจะเพิ่มจาก 1.55 ล้านคน/เที่ยวต่อวันเป็น 4.5 ล้านคน/เที่ยวต่อวัน

สำหรับแผนบูรณาการ ด้านโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการ การศึกษาเสนอให้พัฒนาโครงข่ายระบบรางตามแผน M-MAP2 และการเดินทางทางน้ำ ควบคู่กับการพัฒนาระบบตั๋วร่วม จุดจอดแล้วจร ทางเดินเชื่อม ทางเท้า และทางจักรยาน เพื่อให้การเดินทางระหว่างระบบสะดวกและต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

พร้อมเสนอปรับโครงข่ายรถโดยสารประจำทาง ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 269 เส้นทาง มีให้บริการจริง 239 เส้นทาง อีกประมาณ 30 เส้นทาง ยังไม่มีผู้ประกอบการ ซึ่งจะมีการเสนอปรับลดเส้นทางสายหลักที่วิ่งระยะยาวเกินไปให้สั้นลงเพื่อความเหมาะสมมากขึ้น (มีประมาณ 50%) หรือบางเส้นทางที่มีให้บริการอยู่หลายสาย ก็อาจจะปรับลงบางสายลง เพื่อลดความซ้ำซ้อน และสามารถเพิ่มความถี่ของเที่ยววิ่งให้บริการ รวมทั้งเพิ่ม สายรองอีกประมาณ 100 กว่าเส้นทาง เพื่อขยายพื้นที่บริการ รถหมวด 4 (รถสองแถว) เชื่อมต่อจากชุมชนเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้าและจุดเปลี่ยนถ่ายสำคัญ

ทั้งนี้ โครงการได้สำรวจการเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าทุกสถานีที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน ในรัศมี 500 เมตร ครอบคลุม 29 จุดเชื่อมต่อ เพื่อนำมาจัดทำข้อเสนอปรับปรุงพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเสนอแนวทางพัฒนา จุดเชื่อมต่อสำคัญ 7 จุด ได้แก่

1.สถานีหัวหมาก ก่อสร้างทางเดินยกระดับ (Skywalk) เชื่อมต่อสายสีเหลือง ARL ระยะทาง 51 เมตร งบประมาณ 42.10 ล้านบาท ปัจจุบัน รฟม.อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินงาน

2.สถานีหลักสี่ ทางเชื่อมต่อระดับดินแบบมีหลังคาคลุม รถไฟฟ้าสายสีชมพู กับรถไฟชานเมืองสายสีแดง ระยะทาง 57 เมตร วงเงินรวม 9.49 ล้านบาท ปัจจุบัน รฟม.อยู่ระหว่างเตรียมดำเนินงาน

3.สถานีเพชรบุรี สถานีมักกะสัน ก่อสร้างอาคารเชื่อมต่อสายสีน้ำเงิน กับ ARL

4. สถานีสวนจตุจักร สถานีหมอชิต ปรับปรุงพื้นที่รอบสถานีรถไฟฟ้าและจัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อ เชื่อมต่อการเดินทาง( ITF) เชื่อมสายสีน้ำเงินและสายสีเขียว

5.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ท่ารถโดยสาร พัฒนาพื้นที่ 4 เกาะเป็น ITF เชื่อมสายสีเขียว

6. สถานีสะพานตากสิน ท่าเรือสาทร ก่อสร้าง Station Plaza เชื่อมแบบไร้รอยต่อ

7. สถานีศูนย์ราชการ ก่อสร้าง Station Plaza เชื่อมต่อสายสีชมพู- สีม่วง สีน้ำตาล เพื่อช่วยลดอุปสรรคในการเปลี่ยนระบบและเพิ่มความต่อเนื่องของการเดินทาง

นอกจากนี้ จะต้องมีมาตรการเชิงบริหารจัดการ ผลการศึกษาเสนอแนวทางด้านราคาและค่าโดยสาร ผ่านการสนับสนุนส่วนลดแก่กลุ่มเปราะบาง การให้สิทธิประโยชน์จากนายจ้างและภาษี ตลอดจนการให้ข้อมูลวางแผนการเดินทางผ่านแอปพลิเคชันนำทาง (Namtang) และบริการเดินทางแบบบูรณาการ (Mobility as a Service: MaaS) พร้อมเสนอแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติด การนำรายได้จากภาษีน้ำมันมาอุดหนุนขนส่งสาธารณะในเมือง การพัฒนาพื้นที่รอบสถานี และการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนใช้ขนส่งสาธารณะได้สะดวกและคุ้มค่ามากขึ้น

ทั้งนี้ สนข.จะสรุปแผนพัฒนาระบบการคมนาคมฯ ภายในปีนี้ จากนั้นจะส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และหน่วยงานต่างๆ นำไปปฏิบัติ

    โดย คคฦ/รัชดา คงขุนเทียน


    เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ข้อตกลงการใช้บริการ รับทราบ